วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Old Town

เมื่อมาภูเก็ต สถานที่ต้องแวะมาถ่ายรูป หรือเช็คอิน วันนี้แอดขอแนะนำ ที่แรกก่อนเลย
     ย่านรวมตึกเก่าโบราณสไตล์ชิโน-โปรตุกีส กับเสน่ห์ของตัวอาคารที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 ตกแต่งด้านหน้าอาคารด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปอย่างสวยงาม มีร้านขายผ้าปาเต๊ะ ผ้าลูกไม้ ร้านกาแฟ และอีกมากมาย
นอกจากนี้ยังสามารถเดินชมซุ้มโค้งแบบโรมัน บานหน้าต่าง ช่องแสงลวดลายเรขาคณิตยุคอาร์ตเดโคสุดสวย
ในย่านเมืองเก่านี้มีตรอกเล็กๆ ที่รู้จักกันในนาม "ซอยรมณีย์" ที่อดีตเคยเป็นซอยแห่งความบันเทิงต่างๆ ปัจจุบันถูกตกแต่งด้วยสีสันสวยงามน่าถ่ายรูปสุด ๆ ปิดท้ายด้วย "อังมอเหลา" คฤหาสน์แบบนีโอคลาสสิก & เรอเนสซองส์ ของตระกูลนายเหมืองเก่า #phuketexclusivetravel #phuket
พิกัด : อำเภอเมือง บริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนเยาวราช ถนนพังงา และรอบ ๆ




Cr: kapook.com


Phuket

#phuketexclusivetravel #phuket

เมืองภูเก็ต


      เมืองภูเก็ต เป็นอีกจุดหมายของใครหลายคนที่ต้องการมาพักผ่อนแต่จะมีสักกี่คนที่จะทราบความเป็นมาของภูเก็ตกัน .... เรามาทำความรู้จักเมืองภูเก็ตแห่งนี้กันเถอะ
มีหลายกระแส บ้างก็ว่าภูเก็ตเป็นเกาะ ที่ค้นพบโดยชาวประมง แต่เดิมเรียกว่า “บูกิต” ซึ่งเป็นภาษามลายูแปลว่าภูเขา เพราะเมื่อมองจากทะเล จะเห็นเหมือนมีภูเขา โผล่ขึ้นกลางน้ำ แต่บางกระแส ก็ว่าภูเก็ตมาจากคำว่า “ภูเก็จ” แปลว่าภูเขาที่มีค่า ซึ่งคำว่าภูเก็จนี้มีบันทึก ในเอกสารเมืองถลางว่า ใช้กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2328 มีฐานะเป็นเมือง ที่ขึ้นตรงต่อเมืองถลาง ซึ่งต่อมาคำนี้ได้เปลี่ยนเป็น “ภูเก็ต” โดยไม่ทราบสาเหตุ ดังมีปรากฏอยู่ในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2450 เป็นต้นมา โดยเริ่มเป็นที่รู้จักกัน ในฐานะ มณฑลภูเก็ต ในสมัยรัชกาลที่ 5 และเปลี่ยนมาเป็น จังหวัดภูเก็ต ในเวลาต่อมา #phuketexclusivetravel#phuket

Cr: kapook.com

Facebook: Phuket Exclusive Travel

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Samsung Galaxy S10 จะมาพร้อมจอแบบ Infinity-O และสแกนนิ้วมือแบบ ultrasonic

ข่าวของ Samsung Galaxy S10 ยังคงหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่ามันจะมาพร้อมกับชิปรุ่นใหม่ และล่าสุดมีข่าวของ Galaxy S10 ที่หลุดออกมาจาก twitter ของ Evan Blass ที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือได้
โดยข้อมูลล่าสุดของ Samsung Galaxy S10 ระบุว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแบบ Infinity-O ที่ทางซัมซุงเปิดในงานของนักพัฒนาก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นหน้าจอมีรูด้านบนของหน้าจอที่ถือว่าเป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับสมาร์ทโฟน นอกจากนี้มันจะมาพร้อมกับ สแกนนิ้วมือแบบ ultrasonic อยู่ในหน้าจอ
นอกจากนี้ Galaxy S10 จะมาพร้อมกับกล้องสามเลนส์  มีเลนส์แบบปรกติ เลนส์ เทเล และแบบมุมกว้างมาให้ใช้งานด้วย และแน่นอนว่ามันมาพร้อมกับ Android 9 Pie ที่ครอบด้วย One UI
Cr: www.appdisqus.com

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Shooting Star Drones กว่า 1,400 ตัว

https://www.facebook.com/IntelThailand/videos/196368957955747/?t=6
มาจุดประกายบนท้องฟ้ากรุงเทพมหานครฯ ที่ ICONSIAM มาร่วมสัมผัสการผสมผสานระหว่างการถ่ายทอดเรื่องราวสุดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีอันแสนทันสมัย เรารับรองว่าคุณต้องทึ่ง

"เจ๊ติ๊กขนมจีนโคตรผัก"

30 บาทกินผักได้ทั้งสวน !! 
กับ "เจ๊ติ๊กขนมจีนโคตรผัก" ที่ยกผักสดๆและผักหายากมาให้กินแบบไม่อั้นhttps://www.facebook.com/GMM25Thailand/videos/974022146121378/?t=30

วิธีเปลี่ยนกระถางแคคตัส

https://www.youtube.com/watch?v=aoAmDdNgvFI

การปลูกกระบองเพชร เลี้ยงอย่างไรให้ออกดอก ด้วยวิธีการเลี้ยงและดูแลแบบง่าย ๆ ในบ้าน

1. ที่มาและความเชื่อ

          กระบองเพชร มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mila sp. ชื่อสามัญ Mila หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า แคคตัส (Cactus) มีข้อสันนิษฐานกันว่า เป็นพรรณไม้ที่เกิดขึ้นในยุค Tertiary ลักษณะของต้นกระบองเพชรในยุคนั้นมีลำต้น กิ่งก้าน และใบไม่ต่างจากต้นไม้ทั่วไป จนกระทั่งสภาพอากาศของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้กระบองเพชรต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเปลี่ยนรูปทรงของลำต้นให้มีขนาดเล็ก สูงเรียว สามารถเก็บน้ำได้มาก เปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำและป้องกันสัตว์มากัดกิน และหยั่งรากตื้นเพื่อให้จับน้ำในอากาศได้ง่าย จึงทำให้ต้นกระบองเพชรสามารถเจริญเติบโตได้แม้ที่แห้งแล้งอย่างทะเลทราย

          ต้นกระบองเพชรส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนขยายไปยังแอฟริกาและทั่วโลก ซึ่งบางสายพันธุ์นั้นก็มีการพัฒนาให้สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างเช่นในประเทศไทย ซึ่งมีชื่อเรียกกระบองเพชรอื่นว่า โบตั๋น หรือ ท้าวพันตา เชื่อกันว่าการปลูกต้นกระบองเพชรทิศตะวันตกจะนำโชคลาภมาให้ โดยเฉพาะผู้ที่สามารถปลูกกระบองเพชรให้ออกดอกสวยงามได้ และยังช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ป้องกันภัยอันตราย และเป็นที่เกรงกลัวของศัตรูอีกด้วย 

2. ลักษณะ

          กระบองเพชร เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงตั้งแต่ 30 เซนติเมตรขึ้นไป ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำจากสารคลอโรฟิลล์ซึ่งใช้สังเคราะห์แสงแทนใบ มีทั้งทรงกลมเตี้ยและกระบอกสูง ขึ้นต้นเดี่ยวและแตกเป็นกอ 

          สำหรับลักษณะของหนามมีทั้งแบบหนามแข็ง ปลายตรงหรืองุ้ม และแบบเส้นอ่อนคล้ายขนสัตว์ โดยสีของหนามขึ้นอยู่กับสายพันธุ์หรืออาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ 

          ในขณะที่ดอกของกระบองเพชร แม้จะขึ้นได้ยาก แต่ก็มีความสวยงามไม่แพ้ดอกไม้ชนิดอื่น ๆ มีทั้งสีแดง ชมพู ขาว และเหลือง มักออกดอกเดี่ยว ๆ ไม่มีก้านดอก 

          ส่วนของผลต้นกระบองเพชรก็มีหลากหลายรูปทรง ทั้งทรงกลม ทรงกระบอก รูปไข่ ผิวเปลือกเรียบ เป็นมัน เนื้อผลนุ่ม ใส คล้ายวุ่น มีหนามปกคลุมบางชนิด เมื่อผลแก่เต็มที่จะแห้งและร่วงลงดิน ในขณะที่ผลของบางสายพันธุ์เปลือกจะปริออกให้เมล็ดกระเด็นออกจากลำต้น 

3. สายพันธุ์ของกระบองเพชร 
          รู้ไหมคะว่ากระบองเพชรเป็นพืชที่มีสายพันธุ์มากกว่า 2,000 สายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันออกไป แต่สามารถจำแนกเป็น 5 ประเภทหลักตามลักษณะของลำต้นได้ดังนี้

          1. กระบองเพชรที่มีลำต้นและใบแบน (Flat-stem) เช่น สกุล Opuntia, Zygocactus, Epiplyllum

          2. กระบองเพชรพวกที่มีลำต้นเป็นหัวกลม ๆ (Globular-stem) เช่น สกุล As­trophytum, Thelocactus,Mam- millaria

          3. กระบองเพชรพวกที่มีกิ่งก้านคล้ายต้นไม้ทั่ว ๆ ไป (Branching-stern) เช่น สกุล Myrtillocactus Cereus, Pachy- cereus, Nopalxochia

          4. กระบองเพชรพวกที่มีต้นเป็นกระจุกหรือต้นเล็ก ๆ เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง (Small cacti) เช่น สกุล Echinopsis, Ariocarpus, Neobesseya

          5. กระบองเพชรพวกที่เป็นเถาเลื้อยไต่ตามต้นไม้ กำแพง  (Climbingcacti) เช่น สกุล Echinocactus, Cornegiea, Trichocereus

การปลูกต้นกระบองเพชร

4. การปลูกต้นกระบองเพชร
         การปลูกกระบองเพชรด้วยเมล็ด

          การปลูกกระบองเพชรด้วยเมล็ด ให้นำเมล็ดแก่หรือเมล็ดจากผลที่ปริแตก มาแช่น้ำ 2-5 นาที จากนั้นล้างเมือกออก แล้วตากแดดให้แห้งประมาณ 1-2 วัน พักไว้อีก 1-2 เดือน ค่อนนำมาปลูกลงในกระถาง  โดยใช้ทรายหรือดินร่วนผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตรา 1:1 ส่วน ใส่ลงในกระถางพลาสติกเล็ก ๆ เพื่อทำการเพาะ ก่อนนำเมล็ดมาโรยแล้วเกลี่ยดินกลบเล็กน้อย ก่อนจะรดน้ำให้ชุ่มแล้วนำถุงพลาสติกมาหุ้มคลุมไว้ วางไว้ในที่มีแดดรำไร พร้อมกับเช็กเป็นระยะ หากดินแห้งให้หมั่นรดน้ำเป็นประจำ หากพบว่าเมล็ดงอกเป็นต้นอ่อนได้ 2-3 วัน ค่อยย้ายไปปลูกในกระถางใหญ่ หากต้องการปลูกในแปลงเพื่อทำแนวรั้ว ให้ผสมดินร่วนกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ในอัตราส่วน 3:1 แล้วขุดดินเพื่อปลูก ขนาดหลุมประมาณ 30x30x30 เซนติเมตร 

          การปักชำต้นกระบองเพชร

          วิธีการขยายพันธุต้นกระบองเพชรที่ง่ายและรวดเร็ว เลยเป็นที่นิยมกันมาก โดยเตรียมวัสดุปลูกเหมือนกับการปลูกในกระถาง จากนั้นนำต้นหรือกิ่งจากต้นแม่มาปักชำลงกระถาง วางไว้ในที่แดดรำไร และรดน้ำ 2 วันต่อครั้ง หลักงจากกิ่งชำติดแล้วลดเหลือ 3 วันต่อครั้งก็พอ เพราะเป็นต้นไม้ที่ต้องการน้ำน้อยแต่ต้องการต่อเนื่อง 

     

5. ต้นกระบองเพชรกับการดูแล

           แม้ต้นกระบองเพชรเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมาก แต่ก็ต้องการน้ำต่อเนื่อง ฉะนั้นเมื่อต้นโตเต็มที่แล้ว ควรหมั่นให้น้ำอย่างน้อย 7-10 วันต่อครั้ง บำรุงด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 5-6 ครั้งต่อปี หมั่นตัดส่วนที่เป็นโรคทิ้ง สิ่งที่ต้องระวังในการปลูกต้นกระบองเพชรคือ ลำต้นเหี่ยว วีด มีรอยย่น และแคระแกร็น โคนโยก รากเน่าเพราะความชื้นสูงเกินไป แต่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูพืชเหมือนต้นไม้ชนิดอื่น ๆ 

          ส่วนเคล็ดลับในการเลี้ยงต้นกระบองเพชรให้ออกดอกสำหรับการปลูกในบ้านก็คือ วางให้โดดแดดโดยตรงในช่วงที่กำลังโต ประมาณ 4-6 ชั่วโมงต่อวัน นอกเหนือจากนี้ก็วางกระถางในที่มีแดดรำไร และหมั่นรดน้ำเป็นประจำเมื่อหน้าดินแห้ง โดยรดน้ำให้ชุ่มหรือให้น้ำซึมลงไปจากหน้าดินประมาณ 2 นิ้ว นอกจากนี้ก็หมั่นใส่ปุ๋ยอย่าให้ขาด โดยเป็นปุ๋ยที่ใช้สำหรับบำรุงแคคตัสเท่านั้น หรือเป็นสูตรปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสกับโพแทสเซียมสูงแต่ไนโตรเจนต่ำ หากมีการเปลี่ยนกระถางไม่ควรรดน้ำทันที แต่ให้เว้นไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนให้น้ำครั้งต่อไป 

6. ประโยชน์ต้นกระบองเพชร

          - กระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่มีลักษณะแปลกตา สีสันสวยงาม หลาย ๆ คนจึงนิยมนำไปปลูกประดับบ้านหรืออาคาร เช่น ตั้งบนโต๊ะทำงานหรือวางตามมุมห้องต่าง ๆ 

          - ดอกและผลของต้นกระบองเพชรบางสายพันธุ์สามารถนำมารับประทานหรือประกอบอาหารได้ แต่ต้องกำจัดยางออกให้หมดก่อน 

          - น้ำมันในเมล็ดของผลกระบองเพชรสามารถนำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางได้

          - สารสกัดจากต้นกระบองเพชรมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี ไฟเบอร์ อีกทั้งยังช่วยลดการดูดซึมไขมัน ลดคอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

          - หนามที่มีลักษณะแหลมคล้ายเข็มของกระบองเพชรสามารถนำมาเย็บแผลได้ แต่ต้องผ่านการฆ่าเชื้อที่สะอาดด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

          - สามารถดื่มน้ำในลำต้นของกระบองเพชรแก้กระหายเมื่อขาดแหล่งน้ำ อย่างเช่น กลางทะเลทรายได้ 

 ใครที่เป็นแฟนตัวยงของต้นกระบองเพชรหรือต้นแคคตัสอยู่แล้ว หากได้ลองปลูกหรือขยายพันธุ์ต้นไม้เหล่านี้ด้วยตัวเองก็คงจะฟินไม่น้อย ส่วนใครที่เพิ่งเริ่มสนใจต้นแคคตัส จะลองปลูกด้วยวิธีที่นำมาฝากกันดูนะคะ 

Cr: kapook.com

เรื่องควรรู้ก่อนรับน้อง...มาเลี้ยง

https://www.facebook.com/tgifspace/videos/2297869640285506/?t=5

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ประวัติวันฮาโลวีน 31 ตุลาคม วันฮาโลวีน Halloween

"Trick or Treat !" คำฮิตติดหูประจำเทศกาลฮาโลวีน (วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี) หลายคนรู้ว่า สัญลักษณ์ประจำฮาโลวีนต้องมีปาร์ตี้แต่งกายชุดภูตผีปีศาจ และต้องมีฟักทองเจาะหน้าตาแปลก ๆ ... แต่แล้วทราบหรือไม่ว่า ประวัติฮาโลวีน มีความสำคัญอย่างไร 

ความหมายฮาโลวีน และประวัติวันฮาโลวีน   

          ในคริสต์ศาสนา นิกายคาทอลิก Halloween เป็นคำภาษาอังกฤษ เพี้ยนมาจากคำ All Hallows Eves ซึ่งแปลว่า วันก่อนวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย โดยวิธีตัดต่อ Hallow + Eve = Halloween คำว่า Hallow เป็นคำแองโกลแซกซัน แปลว่า ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ ตรงกับภาษาเยอรมันว่า heiligen ในปัจจุบันนิยมใช้คำมาจากภาษาละตินว่า sanctify คำว่า Hallow ยังมีใช้ในบทสวดอธิษฐานเก่า ๆ เช่น Hallowed be thy Name (ขอพระนามจงเป็นที่สักการะ)  

          คำว่า Hallow ยังแปลว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญ ดังนั้น All Hallowmas จึงแปลว่า วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย ในปัจจุบันใช้คำว่า All Saints Day คู่กับ Christmas ซึ่งแปลว่า วันสมโภชพระคริสต์หรือคริสต์มาสนั่นเอง   

          วันก่อนวันสมโภชคริสต์มาสมี Christmas Eve ที่นิยมเรียกว่า คืน (ก่อน) คริสต์มาส วันก่อนวันสมโภชนักบุญทั้งหลายก็มี All Hallowmas Eve ซึ่งต่อมาย่อเป็น Halloween โดยมีงานรื่นเริงและพิธีกรรมทางศาสนาเช่นเดียวกับคืนคริสต์มาส ชาวคาทอลิกพร้อมใจกันเลื่อนพิธีกรรมทางศาสนาไป หลังวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย และเรียกว่า วันวิญญาณในแดนชำระ (All Souls Day) เพื่อให้คู่กับวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย (All Saints Day) 

วันฮาโลวีน
ความเป็นมาของวันฮาโลวีน 

          วันฮาโลวีนของทุกปี จะตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม เชื่อว่ามีที่มาจากวันฉลองปีใหม่ของชาวเซลท์ (Celt) ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่เรียกว่า Samhain ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งความตาย ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ตุลาคม ชาวเซลท์ (Celt) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์ ถือกันว่าเป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันต่อมา คือ วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันขึ้นปีใหม่  

          ซึ่งในวันที่ 31 ตุลาคมนี่เองที่ชาวเซลท์เชื่อว่า เป็นวันที่มิติคนตายและคนเป็นจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมา จะเที่ยวหาร่างของคนเป็นเพื่อสิงสู่ เพื่อที่จะได้มีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เดือดร้อนถึงคนเป็น ต้องหาทุกวิถีทางที่จะไม่ให้วิญญาณมาสิงสู่ร่างตน ชาวเซลท์จึงปิดไฟทุกดวงในบ้าน ให้อากาศหนาวเย็น และไม่เป็นที่พึงปรารถนาของบรรดาผีร้าย และยังพยายามแต่งกายให้แปลกประหลาด ปลอมตัวเป็นผีร้าย และส่งเสียงดัง เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจหนีหายสาบสูญไป   

          นอกจากนี้คืนดังกล่าวยังเป็นคืนเฉลิมฉลองการสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว และอาจมีการนำสัตว์ หรือพืชผลมาบูชายัญให้กับเหล่าภูติผี และวิญญาณด้วย หลังจากคืนนั้นไฟทุกดวงจะถูกดับ และจุดขึ้นใหม่ด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ของชาวเซลท์  

          บางตำนานยังเล่าถึงขนาดว่า มีการเผา "คนที่คิดว่าถูกผีร้ายสิง" เป็นการเชือดไก่ให้ผีกลัวอีกต่างหาก แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ที่ความคิดเรื่องผีสางยังฝังรากลึกในจิตใจมนุษย์ ต่อมาในศตวรรษแรกแห่งคริสตกาล ชาวโรมันรับประเพณีฮาโลวีนมาจากชาวเซลท์ แต่ได้ตัดการเผาร่างคนที่ถูกผีสิงออก เปลี่ยนเป็นการเผาหุ่นแทน   

          ในสมัยต่อชาวโรมันคาทอลิกต้องการกำจัดพิธีเฉลิมฉลองของกลุ่มชนนอกศาสนาคริสต์เหล่านี้ สันตะปาปา Gregory ที่ 4 จึงได้กำหนดวันที่ 1 พฤศจิกายน ให้เป็นวันเฉลิมฉลอง All Saints Day หรือ All Hallows Day สำหรับชาวคริสต์เพื่อระลึกถึงนักบุญ และผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่การเฉลิมฉลองในคืนวันที่ 31 ตุลาคม หรือ Hallow's Eve ก็ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน แต่ชื่อเรียกได้เพี้ยนไปเป็น Halloween  

          กาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องผีจะสิงสู่ร่างมนุษย์เสื่อมถอยลงตามลำดับ ฮาโลวีนจึงกลายเป็นเพียงพิธีการแต่งตัวเป็นผี แม่มด สัตว์ประหลาด ตามแต่จะสร้างสรรค์กันไป 

วันฮาโลวีนจากอังกฤษสู่อเมริกา  

          เดิมเทศกาลฮาโลวีนจัดขึ้นในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และประเทศข้างเคียงเท่านั้น แต่เมื่อชาวไอริช และชาวสกอต อพยพไปตั้งหลักแหล่งในสหรัฐอเมริกา ในช่วงทศวรรษที่ 1840 ก็นำเอาประเพณีนี้ไปปฏิบัติด้วย ปรากฏว่าถูกใจชาวอเมริกันทุกเชื้อชาติ จึงปฏิบัติตามกันอย่างจริงจังตลอดมา และตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ก็กลายเป็นเทศกาลประจำชาติมาจนทุกวันนี้ 

วันฮาโลวีน 
กิจกรรมในวันฮาโลวีน  

          การฉลองวันฮาโลวีนนิยมจัดกันในสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และยังมีในออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ด้วย รวมถึงประเทศอื่นในทวีปยุโรปก็นิยมจัดงานวันฮาโลวีนเพื่อความสนุกสนาน ในประเทศทางตะวันตก เด็ก ๆ จะแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง เรียกว่า การเล่น Trick or Treat (หลอกหรือเลี้ยง) คือการเดินเคาะประตูขอขนมตามบ้าน 

          เคล็ดอีกอย่างหนึ่งของเทศกาลฮาโลวีน นอกจากเคาะประตูขอขนมตามบ้านต่าง ๆ แล้ว ยังมีการนำแอปเปิล กับเหรียญชนิดหกเพนซ์ใส่ลงในอ่างน้ำ หากใครสามารถแยกแยะของสองอย่างนี้ออกจากกันได้ด้วยการใช้ปากคาบเหรียญขึ้นมา และใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลให้ติดเพียงครั้งเดียว ถือว่าผู้นั้นจะโชคดีตลอดปีใหม่ที่กำลังมาถึง  

          ทางด้านสาวอังกฤษสมัยก่อนจะออกไปหว่านและไถกลบเมล็ดป่านชนิดหนึ่งในยามเที่ยงคืนของวันฮาโลวีน พร้อมกับเสี่ยงสัตย์อธิษฐานด้วยการท่องคาถาว่า "เจ้าเมล็ดป่านที่ข้าหว่านจงช่วยบันดาลให้ผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของข้าปรากฏตัวให้เห็น" หลังจากนั้นลองเหลียวมองผ่านบ่าด้านซ้ายของตนเองดู ก็จะได้เห็นนิมิตเรือนร่างของผู้ที่จะมาเป็นสามีในอนาคตของตน (นี่คือความเชื่อของสาว ๆ อังกฤษ) 

การเล่น Trick or Treat   

          สำหรับประเพณี ทริค ออ ทรีท (Trick or Treat แปลว่า หลอกหรือเลี้ยง) นั้น เริ่มขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยชาวยุโรป ซึ่งถือว่า วันที่ 2 พฤศจิกายน เป็นวัน "All Souls" พวกเขาจะเดินร้องขอ "ขนมสำหรับวิญญาณ" (soul Cake) จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง โดยเชื่อว่า ยิ่งให้ขนมเค้กมากเท่าไร วิญญาณของญาติผู้บริจาคก็ได้รับผลบุญ ทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์ได้มากเท่านั้น  

          ประเพณีทริค ออ ทรีท ในสหรัฐอเมริกา คือ การละเล่นอย่างหนึ่งที่เด็ก ๆ เฝ้ารอคอยในวันฮาโลวีน ตามบ้านเรือนจะตกแต่งด้วยโคมไฟฟักทอง และตุ๊กตาหุ่นฟางที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยว (Harvest) ในช่วงเดียวกันนั้น แต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวานที่ทำเป็นรูปเม็ดข้าวโพดสีขาว เหลือง ส้ม ในเม็ดเดียวกัน เรียกว่า Corn Candy และขนมอื่น ๆ ไว้เตรียมคอยท่า  

          ส่วนเด็ก ๆ ในละแวกบ้านก็จะแต่งตัวแฟนซี เป็นภูตผีมาเคาะตามประตูบ้าน โดยเน้นบ้านที่มีโคมไฟฟักทองประดับ (เพราะมีความหมายโดยนัยว่าต้อนรับพวกเขา) พร้อมกับถามว่า "Trick or Treat ?" เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ที่จะตอบ Treat ด้วยการยอมแพ้ มอบขนมหวานให้ภูตผี (เด็ก) เหล่านั้น ราวกับว่า ช่างน่ากลัวเหลือเกิน หรือเลือกตอบ Trick เพื่อท้าทายให้ภูตผีเหล่านั้นอาละวาด ซึ่งก็อาจเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกหลอน ไปจนถึงขั้นทำลายข้าวของเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วอาจจบลงด้วยการ Treat เด็ก ๆ ด้วยขนมในที่สุด  

          ในสมัยโบราณมีการกล่าวขานกันว่าเด็ก ๆ ที่ไม่ได้ขนมจะแกล้งเจ้าของบ้าน เช่น ใส่ไข่ดิบในตู้จดหมายในคืนเทศกาลฮาโลวีน คนส่วนใหญ่จึงมีขนมและลูกกวาดเตรียมไว้เพื่อจะไม่ต้องโดนผี (เด็ก ๆ) แกล้ง  
           
          และที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลฮาโลวีนเลย คือ การประดับประดาแสงไฟ และการแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ เจาะทำตา จมูก และปากที่แสยะยิ้ม เรียกว่า แจ๊ก-โอ'-แลนเทิร์น (jack-o'-lantern) 

วันฮาโลวีน
 
ตำนานแกะสลักฟักทอง แจ๊ก-โอ'-แลนเทิร์น (jack-o'-lantern)   

          ตำนานที่เกี่ยวกับฟักทองนั้น เป็นตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช กล่าวถึง แจ๊กจอมตืด ซึ่งเป็นนักเล่นกลจอมขี้เมา วันหนึ่งเขาหลอกล่อปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้และเขียนกากบาทไว้ที่โคนต้นไม้ ทำให้ปีศาจลงมาไม่ได้ จากนั้นเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจ "ห้ามนำสิ่งไม่ดีมาหลอกล่อเขาอีก" แล้วเขาจะปล่อยปีศาจลงจากต้นไม้ เมื่อแจ๊กตายลง เขาปฏิเสธที่จะขึ้นสวรรค์ เพราะเขามีความคิดไปในทางของความชั่วร้าย ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธที่จะลงนรก เพราะเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจไว้ ปีศาจจึงให้ถ่านที่กำลังคุแก่เขา เพื่อให้เขาใช้นำทางไปในทางที่มืดมิด และหนาวเย็น และแจ๊กได้นำถ่านนี้ใส่ไว้ในหัวผักกาดเทอร์นิพที่ถูกเจาะให้กลวง เพื่อให้ไฟลุกโชติช่วงได้นานขึ้น  

          ชาวไอริชจึงแกะสลักหัวผักกาดเทอร์นิพ และใส่ไฟในด้านใน อันเป็นอีกสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีน เพื่อระลึกถึง "การหยุดยั้งความชั่ว" Trick or Treat เพื่อส่งผลบุญให้กับญาติผู้ล่วงลับ และพิธีทางศาสนาเพื่อทำบุญวันปีใหม่ แต่เมื่อมีการฉลองฮาโลวีนในสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันพบว่าฟักทองหาง่ายกว่าหัวผักกาดมาก จึงเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทน 

เครื่องดื่มวันฮาโลวีน   

          โดยธรรมเนียมแล้ว วันฮาโลวีน เป็นวันถือศีล และไม่ดื่มสุราหรืออาหารฟุ่มเฟือย อาจมีโซลเค้ก (Soul Cake) ซึ่งเป็นขนมตามธรรมเนียมดั้งเดิมของงานวันฮาโลวีน หรือ อาหารที่ไม่ใช่เนื้อ และเมื่อได้รับโซลเค้กให้สวดภาวนาแด่ผู้ล่วงลับเป็นการตอบแทน (อย่างไรก็ดี นี่เป็นละครในงานวัน "ฮาโลวีน" ไม่ใช่พิธีกรรม ดังนั้นการจัดงานเลี้ยงในบ้านเราคงจะต้องมีขนม, น้ำ และอาหารเป็นธรรมดา) 

Cr: kapook.com

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ภาคต่อ Snow White and the Huntsman จะเป็นเรื่องราวของนายพราน และไม่มีคริสเทน สต๊วร์ต



 

        หลัง จากมีข่าวอื้อฉาวเรื่องนอกใจแฟนหนุ่ม และแอบไปยุ่งกับรูเพิร์ต แซนเดอร์ส ผู้กำกับวัย 41 ที่มีลูกเมียอยู่แล้ว และภรรยาของแซนเดอร์สก็ห้ามไม่ให้เขาร่วมงานกับสต๊วร์ตอีกถ้ายังอยากรักษา ครอบครัวไว้ ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าหนังภาคต่อ Snow White and the Huntsman อาจ ไม่ได้เห็นแซนเดอร์สมากำกับแล้ว ค่ายหนังยูนิเวอร์แซลคงเลือกเก็บนักแสดงนำหญิงที่มีการตกลงเซ็นสัญญาเผื่อ เอาไว้มากกว่าผู้กำกับที่เซ็นสัญญาเพียงภาคเดียว แต่กลายเป็นว่ากลับกัน และดูเหมือนยูนิเวอร์แซลหาทางออกให้แก่หนังได้อย่างฉลาดด้วย
       ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าภาคต่อของ Snow White and the Huntsman ได้ เปลี่ยนใหม่กลายเป็นภาคแยกที่จะเน้นตัวละครนายพรานของคริส เฮมส์เวิร์ธ แทน จะไม่มีสโนว์ไวท์ในภาคแยกนี้ เพียงแต่อาจมีการกล่าวถึง แปลว่าแซนเดอร์สอาจจะยังคงได้ร่วมงานกับโครงการหนังเรื่องนี้ต่อ(บางแหล่ง ข่าวบอกว่ายังไม่แน่ชัด บางแหล่งบอกว่าจะมา แต่ไม่มีใครบอกว่าจะไม่มาเลย) และยูนิเวอร์แซลก็ไม่ต้องจ่ายเงินแบบกินเปล่าให้สต๊วร์ตด้วยหากเป็นการทำภาค ต่อแบบคัดเลือกนักแสดงหญิงคนใหม่มาแทน และถ้าเรื่องอื้อฉาวเงียบไปแล้ว สต๊วร์ตก็ยังกลับมารับบทสโนว์ไวท์ได้อีกในโครงการใหม่ภายหน้าที่จะมีตัวละคร ของเธอโผล่ออกมา หรือในหนังภาคแยกสโนว์ไวท์ของเธอเองแบบที่ไม่มีแซนเดอร์สมากำกับ แต่ในตอนนี้ สโนว์ไวท์จะพักการออกสู่จอไปก่อน และให้นายพรานมาผจญภัยแทน
การเปลี่ยนแผนงานสร้างครั้งนี้ยังมีผลต่อบทหนังเดิมของเดวิด โคเอ็ปป์ด้วย ตามที่ LA Times รายงาน ว่าสัญญาของโคเอปป์ได้หลุดออกไป เพราะโครงการหนังได้กลายเป็นอย่างอื่นที่แตกต่างจากบทหนังภาคต่อดั้งเดิมของ เขาไปแล้ว โฆษกของยูนิเวอร์แซลให้ความเห็นว่าที่ต้องทำเช่นนี้เพราะ “สตูดิโอกำลังหาทางเลือกใหม่ๆ เพื่อให้ภาคต่อได้ดำเนินต่อไป
     เดิมทีนั้น ยูนิเวอร์แซลอยากสร้าง Snow White and the Huntsman เป็น หนังไตรภาค ก่อนที่ข่าวอื้อฉาวจะทำให้มีการเปลี่ยนแผน แต่สำหรับตอนนี้ พวกเขามีแผนจะเปิดกล้องภาคแยกเรื่องนี้ในเดือนกรกฎาคม 2013 หลังจากเฮมส์เวิร์ธถ่ายทำ Thor: The Dark World เสร็จสิ้น
      สำหรับสต๊วร์ต เธอเพิ่งถอนตัวออกไปจากหนังเรื่อง Cali ที่ เธอต้องสวมบทเป็นสาวเซ็กซี่ยั่วยวน ที่ทำธุรกิจขายหนังสนัฟฟิล์มกับแฟนหนุ่ม ไม่มีการบอกสาเหตุแน่ชัดว่าทำไมถึงถอนตัว แต่ก็มีการเดากันว่ามันอาจตอกย้ำภาพลักษณ์จากข่าวอื้อฉาวของเธอมากขึ้น แต่เธอยังเก็บโครงการหนัง Lie Down in Darkness หนังดราม่าย้อนยุคว่าด้วยปัญหาครอบครัวเอาไว้
 
jediyuth.wordpress.com

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

"โซยอน" T-ara ประสบอุบัติเหตุ-ถูกส่งตัวรักษาด่วน



 
      หนึ่งในสมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ป T-ara ได้พบกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ และได้รับบาดเจ็บ จนต้องถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามต้นสังกัดยืนยันว่าแม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่ "โซยอน" ยังปลอดภัยดี
       
       มีรายงานข่าวจากเกาหลีใต้ว่า โซยอน สมาชิกของวง T-ara ได้ประสบอุบัติเหตุ ระหว่างเดินทางไปปูซานเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 7:00 น. ของวันนี้ (13 ส.ค.) เพื่อไปถ่ายทำซีรีส์ Haeundae Lovers โดยรถยนต์ของเธอเกิดลื่นแฉลบถนนที่เปียกไปด้วยน้ำฝน จนเกิดการลื่นไถลไปชนเข้ากับรั้วกั้นถนน และทำให้รถพลิกตะแคง จึงต้องมีการส่งตัวไอดอลสาวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
       
       ซึ่งนอกจาก โซยอน แล้วยังมีสไตลิสต์อีกสองคนที่เดินทางไปกับเธอด้วย ซึ่งทั้งสามคนต้องเข้ารับการรักษาตัว รวมถึงทำการเอ็กเรย์ และซีทีสแกนเพื่อตรวจอาการทันที
       
       โดยตัวแทนจาก Core Contents Media ที่เป็นต้นสังกัดได้ให้ข่าวถึงเรื่องนี้ว่า เพราะฝนที่ตกลงมาทำให้ถนนเปียก รถยนต์ที่ดาราสาวขับมาจึงสูญเสียการควบคุม จนเกิดลื่นไถล ซึ่งตอนนี้ทีมผู้จัดการกำลังเร่งเดินทางไปยังที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามยังมีคำยืนยันว่า โซยอน ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่อย่างใด เพียงแต่เจ็บบริเวณคอ, หัวไหล่ และหลังเท่านั้น
       
       ซึ่งกำหนดการถ่ายทำของซีรีส์ Haeundae Lovers ได้ถูกสั่งยกเลิกไปแล้ว ขณนี้โซยอนอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเขตกูมิ และจะถูกนำตัวเข้ามารักษาในกรุงโซล เพื่อการตรวจอย่างละเอียดต่อไป
 

 
http://www.manager.co.th      

จีดราก้อน (G-Dragon) แห่ง Big Bang เป็นเพื่อนกับนางเอกสาวยุนอึนฮเย (Yoon Eun Hye)


 
 
       เมื่อเร็วๆ นี้ จีดราก้อน (G-Dragon) แห่ง Big Bang ได้เผยให้เห็นถึงความสนิทสนมกับนางเอกสาวชื่อดังยุนอึนฮเย (Yoon Eun Hye) ผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว
 
         ในวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา ยุนอึนฮเยได้ทวิตข้อความถึงจีดราก้อนลงบนทวิตเตอร์ไว้ว่า “คุณจะขึ้นโชว์การแสดงในเร็วๆ นี้ใช่มั๊ยค่ะ?” หลังจากนั้นจีดราก้อนก็ตอบว่า “ใช่ครับ เร็วๆ นี้!”
 
         ด้านชาวเน็ตที่เห็นข้อความของทั้งคู่ต่างแสดงความคิดเห็นกันว่า “จีดราก้อนเป็นเพื่อนกับคนดังเยอะมากเลย” “ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพวกเขารู้จักกัน” “เขาจะกลับมาอีกครั้งในผลงานอัลบั้มเดี่ยวล่ะ”
 
       ก่อนหน้านี้ จีดราก้อนเพิ่งเริ่มต้นทำการเล่นทวิตเตอร์ไปได้ไม่นาน และก็มีทั้งแฟนๆ และคนดังมากมายตามอัพเดทข้อมูลต่างๆ ของเขาผ่านทางทวิตเตอร์นี้
 

 
http://www.popcornfor2.com หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยครับ

ซึงกยู (Seung Gyu) ประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์เสียชีวิต



 
     นักแสดงชายซึงกยู (Seung Gyu) อายุ 32 ปีที่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์จนเสียชีวิตในวันที่ 11 สิงหาคม
 
       โดยเขาเปิดตัวเข้าวงการในปี 2007 ด้วยละครเรื่อง Kid Gang หลังจากนั้นเขาก็ได้นำแสดงละครเรื่อง Yi San ในปี 2007, World Within ในปี 2008, Glimmering Youth ในปี 2009 และล่าสุดเรื่อง God of War ทางสถานี MBC โดยซึงกยูได้รับความรักจากหลายๆ คนในเรื่องสไตล์การแสดงที่มีเอกลักษณ์ของเขา และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
 
       โชคไม่ดีในขณะที่เขากลับบ้านหลังจากที่ไปร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลเกาหลี ญี่ปุ่นในเช้าวันที่ 11 สิงหาคม และเขาประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ที่อันยาง ซึ่งทางตำรวจประกาศออกมาว่าเขาเสียชีวิตจากการที่ศรีษะได้รับการกระทบ กระเทือนอย่างหนัก
 
ขอให้เขาไปสู่สุคติ!
 

 
http://www.blike.net

“ชินเซคยอง” (Shin Se Kyung) เผย "นักแสดงร่วมของฉันตายตลอด"




     นักแสดงสาวชินเซคยองพูดเกี่ยวกับความโชคร้ายที่ว่านักแสดงร่วมกับเธอนั้นมักจะตาย (หมายถึงในบทบาท)


      ในรายการ Taxiตอนล่าสุดทาง tvNชินเซคยองกล่าวว่า “จางฮยอกและยูอาอินที่เล่นเป็นนักแสดงร่วมกับฉันล่าสุดนั้น”ตาย  และเมื่อถูกถามว่า “พวกเขาตายเป็นเพราะว่าชอบคุณหรอ?”เธอตอบว่า “สิ่งเหล่านี้มันขัดกับความตั้งใจของฉัน”สร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคน


     ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในระหว่างการไปร่วมงาน Jisan Rock Festivalเธอก็เคยได้ให้สัมภาษณ์กับทางรายการและพูดเกี่ยวกับการถ่ายทำหนังเรื่อง R2B: Return to Baseร่วมกับเรน เธอกล่าวว่า “เพราะว่าการถ่ายทำส่วนใหญ่อยู่ในกองทัพอากาศ เลยไม่อนุญาตให้มีการนำอาหารเข้ามา แต่เรนได้ซื้อน้ำแข็งใสถั่วแดงมาให้จากร้านในกองทัพ”และ “หลังจากที่จองจีฮุน(เรน) เข้ากรมไปแล้ว ฉันเขียนจดหมายไปหาเขาและเขาก็เขียนตอนกลับมาด้วย”
อีกด้านหนึ่ง เธอได้เปิดเผยว่า ส่วนที่เธอชอบที่สุดในร่างกายก็คือสะดือของเธอ

 
http://www.popcornfor2.com

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

iPhone 5 อัพเดทข่าวเปิดตัว และ ราคา iphone 5 ปี 2012 (ไอโฟน 5) ล่าสุด [19-กรกฏาคม-2555] : สื่อนอกอ้าง ไอโฟน 5 (iPhone 5) เปิดตัวไม่ทันเดือนสิงหาคมนี้ เนื่องจากยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตจริง

อัพเดทข่าวล่าสุด เกี่ยวกับ ไอโฟน 5 (iPhone 5)





        ในขณะที่ผู้เสพข่าว ไอโฟน 5 (iPhone 5) อย่างเราๆ ท่านๆ ได้รับรู้ว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น กำลังจะเปิดตัวในปลายเดือนกันยายน - ตุลาคมนี้ และ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนก่อให้เกิดภาพหลุดบ้าง ภาพ mock up บ้าง ดังที่เว็บไซต์เทคโมบล็อค ได้นำเสนอความเคลื่อนไหว ไอโฟน 5 (iPhone 5) มาโดยตลอด แต่ล่าสุด ดูเหมือนว่า เว็บไซต์ bgr จะเสนอข่าวสวนทางเข้าอย่างจังเลยครับ ซึ่งได้รายงานข่าวว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตแต่อย่างใด และคงเปิดตัวไม่ทันเดือนสิงหาคม ตามที่หลายๆ สื่ออ้างไว้อย่างแน่นอน


        โดย bgr อ้างว่า ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าววงใน (อีกแล้ว) ซึ่งระบุว่า ขณะนี้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบด้านวิศวกรรม หรือ Engineering Verification Test (EVT) เท่านั้น ซึ่งตามกระบวนการผลิตสินค้าของ Apple จะต้องผ่านกระบวนการ EVT แล้วตามมาด้วย DVT (Design Verification Test) หรือการทดสอบด้านการออกแบบก่อนเสมอ โดยในตอนนี้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) อยู่ในกระบวนการ EVT ระดับที่ 3 ครับ และยังไม่ได้เข้าตรวจสอบ DVT เลยด้วยซ้ำไป ทำให้ข่าวลือที่บอกว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้นั้น ไม่มีน้ำหนักรองรับในเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน


       อย่างไรก็ดี bgr ได้ยืนยันสเปค ไอโฟน 5 (iPhone 5) ว่า รองรับ NFC และเครือข่าย 4G LTE อย่างแน่นอน ซึ่งในตอนนี้ Apple กำลังทดสอบหน่วยความจำ RAM ขนาด 1GB กับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) อีกด้วย ส่วนกำหนดการเปิดตัว คาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือนกันยายน - ต้นเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ - bgr.com


       ถ้าหากท่านใดที่ติดตามข่าวอัพเดท ไอโฟน 5 (iPhone 5) มาโดยตลอด จะเห็นว่า ข่าวในระยะหลังนี้ การออกแบบ ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะออกมาในรูปนี้เสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพอร์ตการเชื่อมต่อ ลำโพง ช่องเสียบหูฟัง และตัวเครื่องที่ยาวขึ้น ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) รุ่นใหม่นั้น น่าจะมีการออกแบบที่ไม่แตกต่างจากจุดนี้มาก ยกเว้นแต่ความหนาของตัวเครื่อง ที่อาจจะบางลงได้ โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ข่าวเรื่องของแบตเตอรี่ที่น่าจะเปลี่ยนใหม่ และการเปลี่ยนพอร์การเชื่อมต่อให้เล็กลง เพื่อที่จะสามารถบีบตัวเครื่องให้บางลงได้ อย่างไรก็ดี ยังมีสเปคบางส่วนที่ยังไม่สามารถคาดเดาความถูกต้องได้ เช่น เรื่องของซีพียู ความละเอียดของกล้อง ความละเอียดของหน้าจอ รวมไปถึงคุณสมบัติพิเศษที่จะทำให้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ดูโดดเด่นกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในตลาด ซึ่งคำถามทั้งหมดนี้ จะเฉลยกันอีกที ตอนวันเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5)





       สำหรับกำหนดการเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น ตามนโยบาย Product cycle ของ Apple นั้น ทำให้คาดการณ์กันว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) น่าจะเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ แต่นักวิเคราะห์ท่านหนึ่ง นามว่า Brian White ได้คิดต่างจากนักวิเคราะห์ท่านอื่นๆ   โดยกล่าวว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้อย่างแน่นอน ซึ่งมีเหตุผลประกอบการวิเคราะห์หลายประการด้วยกัน หลักๆ ก็คือ ในเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้ จะมีงานเปิดตัวที่สำคัญๆ หลายงาน ไม่ว่าจะเป็น งาน Nokia World การเปิดจำหน่าย Windows 8 รวมไปถึงข่าวลือของ Samsung Galaxy Note II (Samsung Galaxy Note 2) ที่แว่วๆ ว่า จะเลื่อนเปิดตัวในเดือนนี้ เพื่อชิงเก้าอี้กับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) เช่นกัน โดยในมุมมองของนักวิเคราะห์ มองว่า ใครชิงเปิดตัวก่อน มีสิทธิ์ก่อน




           อย่างไรก็ดี เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวว่า Apple กำลังประสบปัญหากับแบตเตอรี่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะถูกนำมาใช้บน ไอโฟน 5(iPhone 5โดยมีจำนวนแบตเตอรี่เพียง 30% เท่านั้น ที่ผ่านมาตรฐานของ Apple ในตอนนี้ แต่เชื่อว่า ปัญหาดังกล่าว น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับการเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) มากนัก เนื่องจาก Apple คงสามารถจัดการแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีอยู่แล้ว ถึงแม้ว่า ในมุมมองของ Brian White จะมองว่า ยังไง ไอโฟน 5 (iPhone 5) ก็เปิดตัวเดือนกันยายนนี้แน่ๆ แต่เพื่อความสมบูรณ์ในการผลิต 100% ก็มีความเป็นไปได้ที่ ไอโฟน 5 (iPhone 5) อาจจะเลื่อนเปิดตัวไปเดือนตุลาคม ตามที่นักวิเคราะห์ท่านอื่นๆ พยากรณ์เอาไว้ก็เป็นได้


     ภาพพิมพ์เขียว ไอโฟน 5 (iPhone 5) ยืนยันหน้าจอใหญ่ขึ้นจริง
หลังจากปรากฎภาพ กรอบด้านหน้าและหลังของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) (ข่าวเก่า) กับส่วนประกอบต่างๆ ที่ดูเหมือนว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) น่าจะมีการออกแบบที่แตกต่างไปจาก iPhone รุ่นปัจจุบัน ล่าสุด เว็บไซต์ Cydia blog ได้เผยภาพพิมพ์เขียว ซึ่งเป็นแบบร่าง ไอโฟน 5 (iPhone 5) ที่ระบุว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น มีขนาดหน้าจอที่กว้างขึ้น และที่สำคัญ รายละเอียดในแบบพิมพ์เขียวนั้น สอดคล้องกับรูปหลุดกรอบด้านหน้าและหลัง ไอโฟน 5 (iPhone 5





      ข้อมูล ไอโฟน 5 (iPhone 5) ในแบบพิมพ์เขียวนั้น ระบุความสูงของตัวเครื่อง ไอโฟน 5 (iPhone 5) ไว้อย่างชัดเจน   โดยมีขนาดความสูงอยู่ที่ 122 มิลลิเมตร ยาวกว่า iPhone 4S ประมาณ 7 มิลลิเมตร ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณแล้ว พบว่า หน้าจอ ไอโฟน 5 (iPhone 5) น่าจะมีขนาดกว้างอยู่ที่ 4.08 นิ้ว นอกจากนี้ ตำแหน่งของกล้องหน้า ยังย้ายไปอยู่ด้านบนของลำโพงสนทนา ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับภาพหลุดอีกด้วย - macrumors.com



         คอนเซปท์ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ในสไตล์ Liquid Metal
ในขณะนี้ เรายังคงไม่สามารถสรุปได้ว่า บอดี้ของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น จะใช้วัสดุประเภทใด แต่ในระยะหลังนี้ ข่าวลือเกี่ยวกับวัสดุประเภท Liquid Metal มาแรงมากครับ ทำให้เชื่อกันว่า บอดี้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) น่าจะมี Liquid Metal เป็นส่วนประกอบ ไปดูกันว่า ถ้าหากบอดี้ของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น ทำมาจาก Liquid Metal จริง จะมีลักษณะ และรูปร่างเป็นอย่างไร




  ไอโฟน 5 (iPhone 5) ใช้เทคโนโลยีแบบ in-cell


        สำนักข่าว Central News Agency จากประเทศไต้หวัน ได้อ้างอิงข้อมูลจากนักวิเคราะห์นามว่า David Hsieh ซึ่งระบุว่า ไอโฟนรุ่นใหม่ หรือ ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะใช้เทคโนโลยีการสร้างหน้าจอแบบ in-cell ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น มาใช้ผลิต ไอโฟน 5 (iPhone 5) โดยเทคโนโลยีแบบ in-cell นี้ จะทำให้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) มีหน้าจอที่บางลงกว่าเดิม


     ปกติแล้ว สมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป จะใช้เทคโนโลยีแบบ on-cell แต่เทคโนโลยีแบบ in-cell นี้ สามารถทำให้สมาร์ทโฟนมีขนาดที่บางลงได้ เนื่องจากตัว touch sensors นั้น มาอยู่รวมกับ color filters แทน ซึ่งถ้าหากเป็นสมาร์ทโฟนปกติ ตัว touch sensors จะอยู่ด้านบน

      ฉะนั้น เทคโนโลยีแบบ in-cell จะช่วยทำให้ Apple ลดความบางของหน้าจอลงได้ แถมมีน้ำหนักเบา โดยที่ไม่จำเป็นต้องลดสเปคในส่วนอื่นๆ 

      ส่วนบริษัทที่จะรับหน้าที่ในการผลิตจอแสดงผลแบบ in-cell นี้ ก็ได้แก่ Sharp และ Toshiba ซึ่งจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาสนี้ - macrumors.com


บอดี้ของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะเปลี่ยนจากกระจก มาใช้ Liquid Metal





      แหล่งข่าวล่าสุด ได้ระบุว่า บอดี้ของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะเปลี่ยนจากวัสดุประเภทกระจก ซึ่งใช้บน iPhone 4 และ iPhone 4S มาเป็นวัสดุแบบ Liquid Metal แทน และแน่นอนว่า การออกแบบ ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะแตกต่างไปจาก iPhone 4S อย่างแน่นอน


     ก่อนหน้านั้น Apple ได้เคยซื้อสิทธิบัตร Liquid Metal technology มาแล้ว (แต่ก่อนเป็นของบริษัท Liquidmetal Technology) และได้นำมาผลิตเข็มจิ้มถาดซิมการ์ด ดังที่เราเห็นกันทั้งบน iPhone และ iPad โดย Liquid Metal นั้น เป็นโลหะผสมระหว่าง ทองแดง (Copper) + ไทเทเนียม + เซอร์โคเนียม + นิกเกิล  


     ซึ่งมีลักษณะพิเศษ นั่นก็คือ ป้องกันแรงขีดข่วน แรงกระแทก และการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ การใช้ Liquid Metal เป็นส่วนประกอบนั้น จะช่วยทำให้อุปกรณ์นั้น มีความบางลงด้วย


      จากคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นของ Liquid Metal นั้น ทำให้คาดกันว่า บอดี้ของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) น่าจะใช้วัสดุประเภท Liquid Metal แทนการใช้กระจกแบบ iPhone เจเนอเรชั่นก่อนๆ ที่เสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่าย แต่อาจจะเป็นตัวเครื่องแบบ Unibody Liquid Metal  เนื่องจากต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน - geekwithlaptop.com



ไอโฟน 5 (iPhone 5) น่าจะมีหน้าจอขนาด 4 นิ้ว????






    นักวิจัยด้านการตลาด จากสถาบัน Topeka Capital Markets นามว่า Brian White ได้เปิดเผยผลการสำรวจล่าสุด หลังจากที่ได้ไปเยือนบริษัทผลิตชิ้นส่วนให้กับ Apple ในแถบเอเชีย ซึ่งพบว่า จากการพูดคุยกับ supplier หลายราย คาดกันว่า Apple น่าจะใช้หน้าจอขนาด 4 นิ้ว สำหรับการผลิต ไอโฟน 5 (iPhone 5) ครับ นอกจากนี้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ยังมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่อีกด้วย แต่ยังคงเป็นสไตล์ unibody เช่นเดิม ซึ่ง Brian White เปิดเผยว่า ดีไซน์ใหม่นี่เอง ที่จะเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ผู้บริโภค หันมาใช้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) กันมากขึ้น


      นอกจากนี้ Brian White ยังได้เปิดเผยอีกว่า กระบวนการผลิต ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น จะเริ่มในเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนจะเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) ประมาณเดือนสิงหาคม - กันยายน ซึ่งทำให้ข่าวการเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) ในเดือนมิถุนายนนี้ ตกไป
Brian White ยังได้ระบุอีกว่า นอกจาก ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะมีการออกแบบใหม่แล้ว ยังเพิ่มการรองรับ 4G อีกด้วย



      อย่างไรก็ดี เมื่อ ไอโฟน 5 (iPhone 5) มีหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็คือ ความละเอียดของหน้าจอครับ ทำให้มีทางเลือก 2 ทาง นั่นก็คือ เพิ่มความละเอียดของหน้าจอให้มากขึ้น แต่วิธีนี้ จะสร้างความลำบากให้กับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น หรือทางเลือกที่ 2 นั่นก็คือ ลดความหนาแน่นของพิกเซลมาอยู่ที่ 285 ppi แทน (จากเดิม 326 ppi)


      นอกจากนี้ Brian White ยังได้รับข้อมูลจาก supplier ด้วยว่า iPad mini มีจริง กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่า จะเปิดตัวเมื่อไหร่ - macrumors.com





       สำหรับสเปค ไอโฟน 5 (iPhone 5) คาดว่า คงได้ทราบรายละเอียดสเปค ไอโฟน 5 (iPhone 5) อย่างไม่เป็นทางการกันไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น จอแสดงผลของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะใหญ่ขึ้นกว่าเดิม คาดว่า น่าจะมีขนาด 4 นิ้ว หรือใหญ่กว่า, ระบบประมวลผลแบบ Quad-core Processor ชิป Apple A6, รองรับ NFC รวมไปถึงกระจกแบบ Gorilla Glass 2


    นอจากนี้ ยังมีข่าวว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะใช้กล้องที่สามารถถ่ายภาพ ทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว แบบ 3 มิติได้


     จริงๆ แล้ว การนำเทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบ 3 มิติ หรือ 3D นั้น มาใช้บนสมาร์ทโฟนนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะในปีที่ผ่านมา มีสมาร์ทโฟนที่เปิดตัว พร้อมกับการถ่ายภาพแบบ 3 มิติกันหลากหลายรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น LG Optimus 3D หรือ HTC EVO 3D แต่เทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบ 3 มิติบน ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น แหล่งข่าวได้เปิดเผยว่า แตกต่างจากสมาร์ทโฟน 3 มิติรุ่นอื่นๆ โดยเป็นเทคโนโลยีที่ทาง Apple คิดค้นขึ้นเอง และได้ทำการจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


      สำหรับรายละเอียดของ เทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบ 3 มิติ ที่ระบุบนสิทธิบัตรนั้น นั่นก็คือ ขณะที่ผู้ใช้งานทำการถ่ายวิดีโออยู่นั้น ระบบเซนเซอร์จะทำการคำนวณระยะความลึก และพื้นผิว เพื่อทำการสร้างโมเดลเชิง 3 มิติ จากนั้น ทั้งภาพหรือวิดีโอจะถูกจับคู่ให้เข้ากับ โมเดลเชิง 3 มิติ และรวมกันเป็นภาพเชิง 3 มิติขึ้นมา


      ถ้าหาก Apple ได้ทำเทคโนโลยีดังกล่าว มาใช้กับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ได้ทัน ปลายปีนี้ เราคงได้พบกับ กล้องบน ไอโฟน 5 (iPhone 5) ที่สามารถถ่ายภาพแบบ 3 มิติได้ครับ รวมไปถึง iPad รุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวในปี 2013 อีกด้วย - t3.com



      สำนักข่าว iMore ได้เปิดเผยว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น จะมีขนาดหน้าจอไม่แตกต่างไปจาก ไอโฟน 4S (iPhone 4S) ซักเท่าไหร่ อาจจะขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (และไม่น่าจะถึง 4.6 นิ้ว) แต่จุดที่น่าสนใจก็คือ Dock Connector บน ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะมีการเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ครับ ซึ่งจะเปลี่ยนให้มีขนาดที่เล็กลง เป็นแบบ Micro Dock Connector แทน 





     ก่อนหน้านั้น เคยมีข่าวลือออกมาว่า Apple ไม่ค่อยพอใจกับขนาดของ Dock Connector เท่าที่ควร เนื่องจากกินเนื้อที่ภายใน (ข่าวเก่า) จึงอยากจะเปลี่ยน Dock Connector ให้มีขนาดที่เล็กลง
นอกจากนี้ iMore ยังได้เผยว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะเปิดตัวในไตรมาสที่ 3 นี้ และรองรับการใช้งานเครือข่าย LTE อีกด้วย - macrumors.com





     สำหรับชื่อของ iPad รุ่นใหม่ ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า The new iPad (iPad 3) ไม่ใช่ iPad HD ตามข่าวลือ ทำให้ในตอนนี้ กระแสข่าวของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ที่คาดว่า จะเปิดตัวในปลายปีนี้ เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์ ได้ประเมินว่า ไอโฟนรุ่นใหม่ ที่คาดกันว่า น่าจะชื่อ ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น อาจจะไม่ได้ใช้ชื่อนี้อีกต่อไป แต่น่าจะเป็น "The new iPhone" ตามอย่าง The new iPad (iPad 3) นั่นเอง


    โดยเว็บไซต์ 9to5Mac อ้างว่า แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ Apple ได้เผยว่า มีความเป็นไปได้อย่างมาก ที่ Apple จะเรียก ไอโฟน 5 (iPhone 5) ว่า "The new iPhone - t3.com





     สำหรับชิป Apple A5X ที่ใช้บน The new iPad (iPad 3) ที่เน้นการใช้งานด้านกราฟฟิคเสียส่วนมาก เนื่องจาก GPU ที่ใช้บน The new iPad (iPad 3) มีประสิทธิภาพระดับ Quad-core Processor ทำให้ The new iPad (iPad 3) นั้น สามารถใช้งานกราฟฟิค บนหน้าจอความละเอียดระดับ Retina Display ได้อย่างสบายๆ แต่นักวิเคราะห์ท่านหนึ่ง ได้เผยว่า ชิป Apple A5X นั้น มีความเป็นไปได้ที่ Apple จะผลิตมาเฉพาะ The new iPad (iPad 3) เท่านั้น เนื่องจาก ไอโฟน 5 (iPhone 5) หรือ The new iPhone ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้งานด้านกราฟฟิคหนักขนาดนั้น แต่น่าจะเป็นชิปตัวใหม่ ที่ใช้สถาปัตยกรรมขนาด 28 นาโนเมตรแทน ที่นอกจากจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตอีกด้วย


      ส่วนสาเหตุที่ Apple ต้องรีบเข็น The new iPad (iPad 3) มาเปิดตัวกับชิป Apple A5X เป็นเพราะว่า Apple รอชิปตัวใหม่ ที่ใช้สถาปัตยกรรมขนาด 28 นาโนเมตร ไม่ไหวนั่นเอง - MacWorld


กำหนดการเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5)

 


      สำหรับกำหนดการเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น แหล่งข่าวในต่างประเทศหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็น Macotakara จากญี่ปุ่น, Macrumors และ iMore ค่อนข้างให้ข้อมูลที่ตรงกัน โดยระบุว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม ในปีนี้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาครบรอบ Product cycle กับการเปิดตัว ไอโฟน 4S (iPhone 4S) พอดี


    โดยเว็บไซต์ iMore นั้น เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับ The new iPad (iPad 3) ไว้ว่า จะเปิดตัวในวันที่ 7 มีนาคม ที่จะถึงนี้อีกด้วย


สเปค ไอโฟน 5 (iPhone 5)

      สเปคของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ตามข่าวลือในตอนนี้ ก็คือ หน้าจอทัชสกรีนแบบ Glass to glass หรือ Gorilla Glass 2 ซึ่งหน้าจอจะมีขนาดใหญ่ถึงประมาณ 4 นิ้ว ใช้ชิพเซ็ท Apple A6 แบบ ARM Quad-core Processor รวมไปถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพของกล้องถ่ายรูปด้านหลัง ที่คาดว่า น่าจะมีความละเอียดสูงกว่า 8 ล้านพิกเซล บน ไอโฟน 4S (iPhone 4S) อย่างแน่นอน นอกจากนี้ จะมีการเพิ่ม RAM และหน่วยความจำในตัวเครื่องอีกด้วย






        นอกจาก ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะมีการปรับปรุงสเปคดังที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ยังมีข้อมูลระบุอีกว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะชูจุดเด่นด้าน NFC เป็นหลัก ถึงแม้ว่า เทคโนโลยีนี้ น่าจะถูกนำไปใช้กับ ไอโฟน 4S (iPhone 4S) ก็ตาม (แต่สุดท้ายก็ยังไม่มี) ทำให้เกิดกระแสต่างๆ นานาว่า NFC น่าจะพร้อมแล้วสำหรับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) โดยจะเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับบริษัท Mastercard อีกด้วย


 


       ล่าสุด ได้มีนักออกแบบจาก Studio Antonio De Ros ได้ออกแบบภาพ mock up ไอโฟน ที่มีชื่อว่า iPhone SJ โดยตัวอักษร SJ นั้น ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Steve Jobs โดยดีไซน์และสเปคนั้น คล้ายๆ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ตามข่าวลือ นั่นก็คือ หน้าจอใหญ่ขึ้น ใช้ชิพประมวลผล Apple A6 แต่กล้องบน iPhone SJ นั้น มีความละเอียดถึง 10 ล้านพิกเซล ซึ่งเยอะกว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) เสียอีก



 






     จากรูปด้านบนนั้น คือรูปเสมือนจริงของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ที่ต่างคาดกันว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) น่าจะถูกออกแบบให้มีลักษณะนี้ นั่นคือ ความกว้างของตัวเครื่องเท่าเดิม แต่ตัวเครื่องยาวขึ้น เนื่องจากมีการปรับเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ นอกจากนี้ Dock connector ยังมีขนาดเล็กลง เหลือ 19-pin ย้ายช่องเสียบหูฟังมาไว้ด้านล่าง และเพิ่มลำโพงขนาดเล็ก 2 ตัว ตัวเครื่องมีโลหะเป็นส่วนประกอบ และเป็นแบบ Two-tone


ราคา ไอโฟน 5 (iPhone 5)


    ณ ตอนนี้ ยังไม่มีข้อมูลด้านราคา ไอโฟน 5 (iPhone 5) สรุปออกมานะ แต่เราก็สามารถคาดเดาราคาของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ได้ว่า น่าจะไม่แตกต่างไปจากราคา ไอโฟน 4S (iPhone 4S) เปิดตัวเท่าไหร่ ซึ่งบางที อาจจะเปิดตัวด้วยราคาที่เท่ากันด้วยซ้ำไป


Old Town