วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

ASUS Waveface Ultra คอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟน


ดีไซน์สวยๆ โดนๆ ของคอนเซ็ปต์นาฬิกามือถือนี้มาจาก ASUS ซึ่งเผยโฉมคอนเซ็ปต์ของนาฬิกามือถือนี้ในชื่อ ASUS Waveface Ultra ที่งาน CES 2010 โดยออกแบบจากวัสดุที่รัดพอดีเข้ากับข้อมือได้ และสามารถยืดออกมาเป็นหน้าจอตรงปกติก็ได้เช่นกัน หน้าจอบางเฉียบจนเหมือนเป็นกำไรข้อมือมากกว่า ควบคุมการทำงานด้วยระบบทัชสกรีน แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดก็ยังเป็นแค่คอนเซ็ปต์อยู่เท่านั้น
ที่มา : inhabitat

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

General Mobile Cosmos phone มือถือ Android ตัวใหม่

และแล้ว Android ก็ได้เปิดให้แบรนด์ใหม่ๆ ได้เอา OS ของตัวเองไปลงในเครื่องรุ่นใหม่ๆ กันแล้ว เราคงจะได้เห็นมือถือแบรนด์แปลกๆ ออกมาให้เราได้เล่น Android กัน และนี่คือหนึ่งในแบรนด์ใหม่ General Mobile... General Mobile Cosmos Phone เป็นแบรนด์ล่าสุดที่หวังจะออกมาแชร์ตลาดกับรุ่นพี่ๆ ตัวเครื่องมีขนาด 112 x 56.5 x 14.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 150 กรัม หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 3.2 นิ้วแบบ TFT LCD ความละเอียด 320 x 480 pixels ใช้ OS Android 2.0 หน่วยความจำภายใน 256MB แรม 128MB รองรับ MicroSD ได้ 16GB ซีพียูใช้ของ Marvell PXA935 ความเร็วสูงถึง 624MHz ด้านหลังมีกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล Autofocus เชื่อมต่อได้โดย Wi-Fi, Bluetooth 2.0 และ A2DP มี GPS มาให้เล่นกันด้วย พร้อมระบบที่หลายคนชื่นชอบ Screen Auto Rotate เล่นวิทยุได้ เป็นอีกหนึ่งมือถือที่น่าจับตามอง

ที่มา : GSMArena



วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

ปาร์คจินยอง (Park Jin Young) เปิดเผยเรื่องหน้าแตกที่เกิดจากนิชคุณ (Nichkhun)


ไม่นานมานี้ปาร์คจินยองมีถ่ายทำเรื่อง Sweet Night ของทางสถานี KBS เขาเปิดเผยว่า “ผมแอบอิจฉาความนิยมของวง 2PM เล็กๆ เนื่องจากมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสได้เจอแฟนๆ โดยบังเอิญในช่วงที่ผมแสดงร่วมกับวง 2PM แฟนๆ ต่างก็ชื่นชมผมอยู่ โดยส่วนตัวผมแล้วคำว่า พี่นี่ทำให้ผมรู้สึกว่าเท่ห์กว่าวง 2PM แต่จู่ๆ นิชคุณก็ปรากฏตัวขึ้นมา พวกแฟนๆ ต่างก็พูดว่า “นั่นนิชคุณหนิ” และแฟนๆ ต่างก็วิ่งไปหานิชคุณแทน”

ต่อมาปาร์คจินยองยิ้มแล้วกล่าวต่อว่า “ในฐานะนักร้องนั้น ผมรู้สึกอิจฉานิชคุณ”

ในระหว่างนั้นปาร์คจินยองเปิดเผยว่านิชคุณที่เป็นสมาชิกจากวง 2PM นั้นก้าวหน้ามากกว่าที่เขาคาดหวังไว้ที่สุด “แต่เดิมทีแล้วนิชคุณไม่ได้อยากเป็นนักร้องเหมือนกับคนอื่น ผมก็กังวลว่าเขาจะไม่สามารถร้องและเต้นได้ดี แต่เขาก็พิสูจน์ฝีมือของเขาออกมาดีกว่าที่ผมคาดหวังไว้มาก”
รายการนี้จะออกอากาศในวันที่ 10 มกราคม เวลา 23.15 น.


ข้อมูลจาก

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553

เปิดตัว ETR-9350 Pocket-Size Travel 3G Router ขนาดพกพา



พกพา 3G ไปได้ทุกที่ด้วย ETR-9350 ที่มาพร้อมกับ Wireless-N 300Mbps และพอร์ต LAN/WAN 1 พอร์ต ให้คุณแชร์สัญญาณ 3G ให้กับอุปกรณ์ Wi-Fi อื่นๆได้อย่างง่ายดาย
รองรับ 3G USB Dongle ทุกค่าย DTAC, AIS, TRUEMOVE, TOT และ CAT CDMA Wireless-N ความเร็วสูง 300Mbps ขนาดเล็กพกพาได้สะดวก มีอะแดปเตอร์ภายใน Body มีแม่เหล็กสำหรับติดตั้งบนผนังได้ง่าย อยู่ในกล่องสวยงาม ต่อกับ Air Card ได้หลากหลายรุ่น ราคาปกติ 4,900 บาท (รวมภาษีแล้ว)



รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.nvk.co.th/content/index.php/products?page=shop.browse&category_id=6
ที่มา : adslthailand

สัญญาของวงดงบังชิงกิ (TVXQ) หมดเดือนมิถุนายน แล้วหลังจากนั้น??

บริษัท AVEX ที่เป็นบริษัทตัวแทนอย่างเป็นทางการของวงดงบังชินกิ (TVXQ) ออกมาเป็นตัวแทนคลี่คลายความสับสนระหว่างแฟนๆ ของดงบังชินกิทั้งที่ประเทศเกาหลีและประเทศญี่ปุ่น ในหัวข้อเรื่องที่มีข่าวออกออกมาว่าวงดงบังชินกิจะแยกวงตามที่สื่อของญี่ปุ่นได้ออกข่าวไป


ในวันที่ 3 มกราคม Nikkan Sports Japan ได้อ้างถึงบริษัท AVEX ที่เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นของวงดงบังชินกิให้ข้อมูลว่า “นโยบายของวงดงบังชินกิที่จะทำงานร่วมกัน 5 คนนั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง”

อย่างไรก็ตามเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าวงดงบังชินกิจะหมดสัญญากับบริษัท AVEX ที่ญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายนนี้ ถ้าสัญญาหมดแล้ว จากนั้นวงดงบังชินกิจะสามารถทำกิจกรรมร่วมกันที่ญี่ปุ่นอีกหรือไม่นั้น ไม่มีใครรับประกันได้

ในเวลานี้สมาชิกของวงดงบังชินกิทั้งชางมิน (Changmin) และ ยุนโฮ (Yunho) ยังคงมีสัญญาอยู่กับทาง SM Entertainment ระหว่างที่สมาชิกอีก 3 คน แจจุง (Hero Jaejoong), จุนซู (Xiah Junsu) และ มิคกี้ ยูชอน (Micky Yoochun) ออกไปขยายงานกิจกรรมของแต่ละคนมากขึ้น เมื่อไม่นานมานี้วงดงบังชินกิได้เข้าร่วมรายการ Kouhaku Uta Gassen ที่เป็นงานส่งท้ายปีเก่าของทางสถานี NHK ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พวกเขามารวมตัวกันพร้อม 5 คน แต่สมาชิก 3 คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสัญญากับทาง SM Entertainment ที่ยื่นฟ้องกับทางศาลที่ประเทศเกาหลีอยู่นั้น ดูเหมือนว่าจะมีความกระตือรือร้นในการแสดงมากกว่าสมาชิกอีก 2 คน และทั้ง 3 คนก็ไม่มีความตึงเครียดอะไรแสดงออกมาให้เห็น นอกจากนี้ทั้ง 3 ก็ไม่มีความขัดแย้งอะไรกับสมาชิกที่เหลือทั้ง 2 จึงทำให้สถานการณ์ในตอนนี้ยากที่จะคาดเดาอะไรได้

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าหลังจากเดือนมิถุนายนนี้แล้ว ทาง SM จะต่อสัญญากับสมาชิกอีกทั้ง 3 คนกับทางบริษัท AVEX ต่อหรือไม่ นอกจากนี้ความจริงที่ว่า ณ เวลานี้วงดงบังชินกินั้นเป็นที่นิยมอย่างมากจนถึงจุดสูงสุดของญี่ปุ่นแล้ว และเป็นความจริงที่ไม่สามารถที่จะนิ่งดูดายปัจจัยต่างๆ ได้โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสภาพของรายได้

ข้อมูลจาก
http://www.blike.net

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553

คิมฮีชอล (Kim Heechul) แต่งงานกับ...??

หนุ่มน้อยหน้าสวยจากวง Super Junior คิมฮีชอล (Kim Heechul) แต่งงาน!! แค่ในละครเท่านั้นเอง
ใครหนอที่เป็นผู้โชคดีคนนั้น?


นั่นก็คือปาร์คซูจิน (Park Soo Jin) ที่รับบทเป็นแฟนสาวของฮีชอลในละครของทางสถานี SBS เรื่อง Loving You a Thousand Times ทั้งสองกำลังจะแต่งงานทั้งๆ ที่ทั้งสองครอบครัวต่างก็ไม่เห็นด้วย




ลีชอล (แสดงโดยคิมฮีชอล) ตกหลุมรักกับโอนัมจอง (แสดงโดย Park Soo Jin) ตั้งแต่แรกพบ และพยายามติดตามเธอตลอด แต่แล้วหัวใจของนัมจองกลับไปฝากรักไว้กับชายอื่นที่ชื่อเบคคังโฮ (แสดงโดย Jung Gyu Woon) ซะแล้ว

จากความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเปลี่ยนเป็นโรแมนติกเกิดขึ้นเพียงภายในคืนเดียว ลีชอลเกิดทำให้นัมจองตั้งครรภ์.....ฮีชอล ก็เลยกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนทันที โอนัมจองคิดได้ว่าลีชอลมักจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา และตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน อย่างไรก็ตามการแต่งงานของพวกเขาไม่ได้รับการยอมรับอย่างง่ายดาย แม่ของทั้งสองไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้ แต่ความขัดแย้งนั้นกลับทำให้ความรักของพวกเขาหนักแน่นมั่นคงมากขึ้น และท้ายสุดแล้วพวกเขาก็ได้แต่งงานกัน

ในวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมาคิมฮีชอลอยู่ในชุดแท็กซีโด้และปาร์ซูจินอยู่ในชุดแต่งงานแบบสั้นและทั้งสองแต่งงานกัน ทั้งสองต้องพยายามแสดงให้สมจริงสมจังข้อมูลจาก


http://www.blike.net

10 เทรนด์ไอทีปี 2010

ทำความเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่จะถูกหยิบยกมาพูดถึงในบทความนี้ไม่ใช่ Fash หรือแฟชั่นไอทีที่มาแล้วก็ไป แต่จะเป็น Trend ว่าทิศทางไอทีใดบ้างที่ผู้บริโภคจะได้เห็นในปี 2010 ซึ่งจากการประมวลแล้วพบว่าเทรนด์ที่รวบรวมมาได้นั้นสอดคล้องกันทั้งหมด และมีแนวโน้มว่าสงครามไอทีปีเสือจะดุเดือดมากขึ้น จนเชื่อว่าจะทำให้ตลาดไอทีโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบมโหฬาร

คำถามว่า ปี 2010 ยูสเซอร์จะต้องพบเจออะไรบ้าง หนึ่งหนีไม่พ้น"คลื่นเน็ตบุ๊ก"ในทะเลพีซีที่เชื่อว่ายังไม่ตายง่ายๆ สองคือ"พายุแทปเล็ต"พีซีหน้าจอสัมผัสไร้คีย์บอร์ดที่ถูกมองว่าจะเป็นดาวรุ่ง พุ่งแรงแซงใครๆ สามคือ"กระแสเครื่องอ่านอีบุ๊ก"ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะโลกกระดาษนั้นเคลื่อนตัวเข้าสู่โลกดิจิตอลแล้ว สี่คือ"มนต์สะกดวินโดวส์ 7 และออฟฟิศ 2010" จากไมโครซอฟท์ที่เชื่อว่าจะสามารถสะกดคนทั้งโลกได้มากขึ้น


ห้าคือ"อาณาจักรทีวีเจนใหม่"ที่กล้าติดชิปคอมพิวเตอร์ไว้ภายใน บนเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าทีวีจะแฮงก์เหมือนคอมพิวเตอร์ หกคือ"อหังการเครือข่ายสังคม"ซึ่งทุกสำนักฟันธงว่าโซเชีย ลเน็ตเวิร์กกิงในปีหน้าจะเติบโตขึ้นอีก


เจ็ดคือ"ทอร์นาโดไฮสปีด"เชื่อว่าผู้ใช้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นรวดเร็วในปี 2010 ซึ่งเท่ากับผู้ใช้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสคอมพิวเตอร์ได้มากขึ้นด้วย แปดคือ"สมาร์ทโฟนคำราม"เพราะเสียงคำรามกู่ร้องในสนามรบระหว่างไอโฟน-แบล็กเบอรี่-แอนดรอยด์ในปี 2010 จะดังกึกก้องจนสะเทือนไปทั่วโลก


อย่างไรก็ตาม เทรนด์ที่เก้าและสิบนั้นต้องบอกว่า"ยังไม่กล้าฟันธง" ได้แก่ "ทรีจี-ไวแมกซ์"ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะเป็นรูปเป็นร่างอย่างไรในประเทศไทย รวมถึง"โลกใหม่เอ็มคอมเมิร์ซ"ที่จะยังต้องรอความชัดเจนอยู่


1. คลื่นเน็ตบุ๊กยังซัด ปีที่ผ่านมาคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊กหรือพีซีพกพาตัวเล็กราคาประหยัด สามารถเติบโตได้เพราะเศรษฐกิจไม่ดี แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในปี 2010 ตลาดเน็ตบุ๊กก็จะยังเติบโตอยู่ แต่อาจไม่โตอู้ฟู้เพราะมีคู่แข่ง สิ่งที่ชี้ว่าเน็ตบุ๊กจะยังเติบโตต่อไปคือการที่อินเทลเปิดตัวชิป Atom รุ่นใหม่นาม n450 ทำให้เน็ตบุ๊กมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถรองรับภาพยนตร์ความละเอียดสูงหรือ HD ได้แต่ยังไม่เต็มขั้น มีขนาดบางลง ในราคาสบายกระเป๋า แต่สิ่งที่ชี้ว่าคลื่นเน็ตบุ๊กจะไม่ซัดแรงจนเติบโตอู้ฟู้คืออินเทลนั้นระบุ ว่า ชิป n450 นั้นไม่ได้ผลิตมาสำหรับเน็ตบุ๊กอย่างเดียว แต่สามารถใช้กับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปอื่นๆได้ด้วย ทำให้แล็ปท็อปรุ่นอื่นสามารถหั่นราคาลงเพื่อแข่งกับเน็ตบุ๊กได้อย่างถึงพริก ถึงขิง สำหรับตลาดคอมพิวเตอร์ประหยัดพลังงานพิเศษหรือ CULV เชื่อว่าจะเติบโตไม่รุนแรงในปี 2010 เพราะผู้ผลิตพีซีจะกดราคาเน็ตบุ๊กลงมาแย่งตลาด โดย CULV อาจครองส่วนแบ่งได้ 30% ในปีเสือ อีกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีเสือ คือผู้บริโภคจะสับสนเรื่องสายผลิตภัณฑ์พีซีพกพามากขึ้นอีก เนื่องจากการกำเนิดของ"สมาร์ทบุ๊ก (Smartbook)" คอมพิวเตอร์ตัวเล็กเท่าเน็ตบุ๊ก (หน้าจอไม่เกิน 10 นิ้ว) แต่ใช้ชิป ARM ซึ่งนิยมใช้ในสมาร์ทโฟน รองรับไว-ไฟและ3G ต่ออินเทอร์เน็ตได้ บนราคาที่ถูกกว่าเน็ตบุ๊ก สรุปแล้ว จากภาพที่มองว่าเน็ตบุ๊กใกล้จะสิ้นชีพในปีนี้ แท้จริงแล้วยังไม่แน่นอน เพราะต้องลุ้นผลการต่อสู้ระหว่างเน็ตบุ๊กกับโน้ตบุ๊ก CULV สมาร์ทบุ๊ก สมาร์ทโฟน และที่สำคัญคือ คอมพิวเตอร์แทปเล็ตที่เชื่อว่าจะเป็นกระแสแรงมากในปี 2010


2. พายุแทปเล็ต แทปเล็ตพีซีคือคอมพิวเตอร์พกพาที่หักฝาพับหน้าจอออกไป แล้วนำหน้าจอสัมผัสมาติดไว้ที่แทนคีย์บอร์ด น้ำหนักเบา หน้าจอราว 7-10 นิ้ว ขณะนี้สินค้ากลุ่มแทปเล็ตพีซีเริ่มออกมาวางจำหน่ายอย่างจริงจังแล้ว และได้รับกระแสตอบรับมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่าพีซีพกพาแต่ละชนิดจะโรมรันแข่งขันอย่างหนักในปี 2010 แต่ประเด็นที่จะยังเป็นคำถามสำหรับแทปเล็ตพีซีคือความเชื่อว่า ผู้บริโภคยังไม่ต้องการแทปเล็ตพีซี เพราะประสิทธิภาพที่ไม่หนีจาก CULV เครื่องอ่านอีบุ๊ก และเน็ตบุ๊ก แถมราคาก็ยังอยู่ในระดับที่แข่งขันไม่ได้


3. กระแสเครื่องอ่านอีบุ๊ก ปี 2010 ถูกมองว่าจะเป็นปีแห่งสงครามดิสเพลย์ หนึ่งในผู้ร่วมชิงชัยคือเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรืออีรีดเดอร์ (eReader) เชื่อว่ายอดขายอีรีดเดอร์จะทะลุ 6 ล้านเครื่องในปี 2010 บนฝีมือการผลิตของบริษัทไม่ต่ำกว่า 30 แบรนด์ แต่ละแบรนด์มีจำนวนมากกว่า 1 รุ่น จุดเด่นของอีรีดเดอร์นั้นอยู่ที่การประหยัดพลังงาน เหมาะกับการแสดงผลตำรา อ่านง่าย รองรับไฟล์เอกสารได้หลากหลาย ล่าสุด มีรายงานว่าโรงงานผลิตหน้าจอในประเทศไต้หวันลงมือผลิตจออีอิงค์ชนิดใหม่ที่ มีราคาถูกลง ทำให้เชื่อว่าอุปกรณ์อีรีดเดอร์ทั้งหลายจะมีราคา 99 เหรียญในปีหน้า จากที่ปัจจุบันมีราคาราว 259 เหรียญ อย่างไรก็ตาม อีรีดเดอร์นั้นมีความสามารถที่จำกัด ค้านกับคำพูดของเจ้าพ่อสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอแอปเปิลที่บอกว่าอุปกรณ์ไอทีต้องทำได้หลายอย่าง ทำให้อนาคตของอีรีดเดอร์ยังมีภาพหมอกปกคลุมอยู่ แถมยังมีข้อจำกัดเรื่องการเปลี่ยนหน้าช้า และยังไม่มีจุดขายที่แข็งพอจะสู้กับคู่แข่งรายอื่นในสงครามดิสเพลย์ ซึ่งยังต้องรอลุ้นว่าอีรีดเดอร์จะแจ้งเกิดได้ในปี 2010 หรือไม่ ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของอีรีดเดอร์คือการรวมอีรีดเดอร์และแทปเล็ตพีซี ไว้ด้วยกัน ออกมาในรูปอีรีดเดอร์จอสี 2 จอ หนึ่งในสองจอสามารถต่ออินเทอร์เนตเพื่อเลือกไฟล์อีบุ๊ก นอกจากนี้ กระแสอีรีดเดอร์ยังปรากฏในอุปกรณ์อื่นๆด้วย นั่นคือโปรแกรมอีรีดเดอร์บนอุปกรณ์พกพาที่ผู้บริโภคสามารถดาวน์โหลดไปติดตั้งได้ เช่น โปรแกรมคินเดิลฟอร์ไอโฟน เป็นต้น ซึ่งเมื่อสังเกตให้ดีจะพบว่าแพลตฟอร์มอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน และอินฟราสตรัคเจอร์ คือพื้นฐานที่สอดคล้องกันของ Gadget ในปี 2010


4. มนต์สะกดวินโดวส์เซเว่น สำนักวิจัยไอดีซีเชื่อว่าปี 2010 ผู้ใช้วินโดวส์เซเว่นจะเติบโตรวดเร็วมากจนมีสัดส่วน 50% เมื่อเทียบกับผู้ใช้ทั่วโลก วินโดวส์เซเว่นจึงเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่จะมาแน่นอนในปี 2010 แม้จะมีการใช้งานวินโดวส์เซเว่นแพร่หลาย แต่ปี 2010 จะเป็นปีที่หลายบริษัทพร้อมใจกันออกบริการคลาวด์คอมพิวติง ที่มีแนวคิดหลักว่าผู้ใช้จะเก็บข้อมูลไว้ที่ใดก็ได้ ใช้ข้อมูลได้ไม่สิ้นสุด และสามารถเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา ปี 2010 จึงเชื่อว่าพฤติกรรมการใช้ซอฟต์แวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนแปลงชัดเจนยิ่งขึ้นในปีนี้ จากการติดตั้งซอฟต์แวร์ลงในเครื่อง มาเป็นการเรียกใช้ซอฟต์แวร์จากอินเทอร์เน็ตแทน ไมโครซอฟท์จึงต้องรับศึกการต่อสู้ระหว่างโลกเดสก์ท็อปและโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยการเปิดตัวบริการ Azure (อะซัวร์) บริการคลาวด์คอมพิวติงที่อาจจะร่วมเป็นอีกแรงสะกดผู้บริโภคในปี 2010 คู่ต่อสู้ตัวแม่ของไมโครซอฟท์ในปีนี้หนีไม่พ้นกูเกิล ที่กำลังจะเปิดตัวระบบปฏิบัติการออนไลน์ของตัวเองในชื่อ ChromeOS กูเกิลระบุว่าโอเอสของตัวเองสามารถทำงานได้ดีบนคอมพิวเตอร์พกพาทั้งเน็ตบุ๊ก และแทปเล็ตพีซี เท่ากับกูเกิลขอมีเอี่ยวในกระแสคอมพ์พกพาที่เชื่อว่าจะเชี่ยวกรากในปี 2010 อย่างเต็มตัว กูเกิลมองว่าผู้ใช้แล็ปท็อป จะกลายพันธุ์เป็นผู้ใช้เน็ตบุ๊ก ขณะที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นผู้ใช้แทปเล็ตพีซี


5. อาณาจักรทีวีอินเทอร์เน็ต ตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตในปี 2010 เชื่อว่าจะมีความคึกคักสุดขีด เพราะนอกจากความสะดวกสบายจากการเล่นอินเทอร์เน็ตบนทีวีจอยักษ์ การตอบโจทย์เรื่องข่าวอัปเดทล่าสุดจากสถานีข่าวในประเทศไทย (เนชันจับมือกับซัมซุง) วิดเจ็ทสารพัดประโยชน์บนหน้าจอทีวี และตัวคอนเทนท์วิดีโอบนอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ที่มีคุณภาพและมีความหลากหลายไม่ต่างจากคอนเทนท์บนทีวี ล้วนเสริมบารมีให้ทีวีอินเทอร์เน็ตเติบโตในปี 2010 อย่างต่อเนื่อง อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับทีวี 3 มิติอย่างแว่นตาก็เชื่อว่าจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปี 2010 ซึ่งล่าสุดมีการผลิตแว่นตา 3 มิติแบบไฟฟ้าด้วย คุณสมบัติคือการปรับเป็นภาพ 3 มิติให้อัตโนมัติ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้มากกว่าแบบไร้ไฟฟ้าที่ผู้บริโภคต้องปรับสายตาเอง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการเปิดตัวทีวี 3 มิติเพื่อเร่งทำตลาดในปี 2010 ของค่ายปลาดิบเช่น พานาโซนิก และโซนี่ ขณะที่ผู้ผลิตฝั่งเกาหลีระบุว่าจะมุ่งพัฒนาระบบกระจายสัญญาณภาพโทรทัศน์ 3 มิติเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับอรรถรสสมจริงจากจอแก้วที่บ้าน



6. อหังการเครือข่ายสังคม เมื่อทุกอุปกรณ์ไอทีในปี 2010 ล้วนมีฟังก์ชันเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตยืนพื้น การขยายตัวของโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือเครือข่ายสังคมจึงเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น เพราะเมื่ออินเทอร์เน็ตพร้อมเท่าไหร่ ผู้บริโภคก็พร้อมจะอัปเดทคอนเทนท์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กมากเท่านั้น ที่สำคัญ คอนเทนท์ที่เติบโตรวดเร็วจะมีผลต่อเสิร์ชเอนจิ้นหรือระบบค้นหาข้อมูลออนไลน์ในปี 2010 ด้วย เนื่องจากเสิร์ชเอนจินรายใหญ่อย่างกูเกิลและบิง ประกาศจับมือกับเครือข่ายสังคมทั้งเฟสบุ๊กและทวิตเตอร์เพื่อให้ชาวออนไลน์สามารถเสิร์ชพบข้อมูลอัปเดทนาทีต่อนาทีในเครือข่ายสังคมได้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรียลไทม์เสิร์ชในอนาคต นอกจากเรียลไทม์เสิร์ช เชื่อว่าเครือข่ายสังคมจะให้กำเนิดตลาด"เรียลไทม์ช็อปปิ้ง" ในปี 2010 ด้วย เช่น การขายของผ่านทวิตเตอร์ ซึ่งผู้ใช้สามารถซื้อได้เลยขณะโฟลโลว์ เป็นต้น


ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ใช้เฟสบุ๊กทั้งสิ้น 1.6 ล้านคน และผู้ใช้ทวิตเตอร์ 30,000 คน คาดว่าจะมีการเติบโตราว 3 เท่าตัวในปี 2010

7. ทอร์นาโดไฮสปีด ทิศทางอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนั้นมาแรงมากในปี 2010 สถิติผู้ใช้ในประเทศไทยบรอดแบนด์ขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 2 ล้านรายแล้ว คาดว่าจะมีอัตราขยายตัวเกิน 3 ล้านรายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ขณะที่ความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในประเทศไทยขณะนี้คือ 30Mbps เมื่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแพร่หลาย สิ่งที่จะเกิดคือความนิยมเรื่องไฟล์แชร์ริ่ง โดยเฉพาะการโหลดบิต ขณะเดียวกัน ภัยออนไลน์ทั้งภัยบ็อตเน็ตและหนอนคอมพิวเตอร์ก็จะหนักขึ้นด้วย โดยในปี 2010 เชื่อกันว่าโปรแกรมให้ผู้บริโภคสร้างมัลแวร์เองจะได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้น รวมถึงภัยเมลหลอกลวงให้ช่วยเหลือสังคม และภัยคุกคามบนอุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เช่น ไอโฟน ก็เชื่อว่าจะมีความเสียหายหนักกว่าเดิม โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะช่วยกระตุ้นตลาดสมาร์ทโฟนทั้งแอนดรอยด์ และไอโฟน แต่ก็จะกระตุ้นให้มีการขโมยทรัพยากรเครือข่ายมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ไวรัสบนเครือข่าย, ไวรัสบนวินโดวส์เซเว่น และไวรัสบนแมคอินทอชก็คาดว่าจะวาดลวดลายหนักข้อขึ้นในปี 2010


8. สมาร์ทโฟนคำราม เชื่อขนมกินได้เลยว่าสมาร์ทโฟนในปี 2010 จะแข่งขันดุเดือดกว่าทุกปีที่เป็นมา มีการคำนวณว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ไม่ต่ำกว่า 50 เครื่องจะพากันแจ้งเกิดในปี 2010 พร้อมกับมีข่าวลือว่าไอโฟนรุ่น 4G จะแจ้งเกิดในเดือนกรกฏาคม 2010 โดยปรับให้มีกล้องดิจิตอลด้านหน้า พร้อมหน้าจอสว่างกว่าเดิม กล้อง 5.2 ล้านพิกเซล รองรับบลูทูธ คำถามที่เกิดขึ้นคือเมื่อแอนดรอยด์และไอโฟนมาแรง ยักษ์ใหญ่โนเกียจะออกหัวก้อยอย่างไรต่อไป เป็นอีกเรื่องที่โลกต้องลุ้นกันในปี 2010 ขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์ก็ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่าวินโดวส์โมบายล์ 7 จะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ปี 2010 ความล่าช้าที่เกิดขึ้นย่อมมีผลต่อการทำตลาดของไมโครซอฟท์ด้วย ในส่วนของตลาดแอปพลิเคชัน ตลาดแอนดรอยด์ถูกประเมินว่าจะมี 80,000 แอปพลิเคชันในปี 2010 จาก 20,000 แอปพลิเคชันในปี 2009 เทียบกับไอโฟนที่มีอยู่แล้วเกิน 100,000 แอปพลิเคชัน บริษัทวิจัยตลาดประเมินกันว่าสมาร์ทโฟนจะมีสัดส่วนตลาดราว 38% ของตลาดรวมโทรศัพท์มือถือในปี 2013 เพิ่มขึ้นจาก 9% ในปี 2009



Real 3G ยังไม่เห็น ขณะนี้ ผู้บริโภคชาวไทยบางส่วนเริ่มได้เห็นบริการอินเทอร์เน็ต 3G จากโอเปอเรเตอร์บางค่ายแล้ว คาดว่าจะได้เห็นบริการเพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี 2010 อย่างไรก็ตาม บริการประเภท Real 3G หรือบริการ 3G แบบของแท้บนคลื่นความถี่ 2100 MHz นั้นจะเกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ทันปลายปี 2010 แน่นอน เนื่องจากโอเปอเรเตอร์จะต้องใช้เวลาติดตั้งระบบอย่างน้อย 6 เดือนหลังได้รับใบอนุญาตหรือไลเซนส์ 3G ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนถึงกำหนดการอนุมัติไลเซนส์อย่างเป็นทางการ



โลกใหม่เอ็มคอมเมิร์ซ เอ็มคอมเมิร์ซ หรือ M-Banking บริการการเงินบนโทรศัพท์มือถือนั้นถูกมองว่าเป็นเทรนด์แรงของโลกในทุกๆปี แต่กลับไม่มีอิทธิพลเท่าที่ควรในประเทศไทยตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ทุกธนาคารจะมีให้บริการแล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่เสมอคือความมั่นใจผู้บริโภค และพฤติกรรมการซื้อของคนไทยที่ไม่เอื้ออำนวย ฉะนั้น ความชัดเจนว่ากระแสอินเทอร์เน็ตร้อนแรงในปี 2010 จะช่วยกระตุ้นให้บริการการเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เติบโตยิ่งขึ้น จึงถูกสั่นคลอนเพราะความไม่มั่นใจของผู้บริโภค เอ็มคอมเมิร์ซในปีนี้จึงยังไม่มีทิศทางชัดเจนว่าจะมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นมากน้อยเท่าใด



เทรนด์ไอทีนี้รวบรวมโดย "ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช" รองผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการฝ่ายนิวมีเดีย บริษัท เอ.อาร์.อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด (ARiP) ผู้จัดงานคอมมาร์ท (Commart) ซึ่งคนไทยรู้จักกันดี ประสิทธิ์บอกว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไอทีประเทศไทยในปี 2010 จะเปลี่ยนมาเป็นการพิจารณา 3 ส่วนหลักก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ได้แก่ "แฟชั่น ฟังก์ชัน และราคา" ผลคือผู้ค้าในตลาดไอทีก็จะแข่งขันกันใน 3 เรื่องหลักตลอดปี 2010



http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000160165

Old Town