My name is Moomiwa. Nice to meet you. Let's join to visited my blog. My blog have many kind of news from many place. I hope you enjoyed its.
วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561
ประวัติวันฮาโลวีน 31 ตุลาคม วันฮาโลวีน Halloween
"Trick or Treat !" คำฮิตติดหูประจำเทศกาลฮาโลวีน (วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี) หลายคนรู้ว่า สัญลักษณ์ประจำฮาโลวีนต้องมีปาร์ตี้แต่งกายชุดภูตผีปีศาจ และต้องมีฟักทองเจาะหน้าตาแปลก ๆ ... แต่แล้วทราบหรือไม่ว่า ประวัติฮาโลวีน มีความสำคัญอย่างไร
ในคริสต์ศาสนา นิกายคาทอลิก Halloween เป็นคำภาษาอังกฤษ เพี้ยนมาจากคำ All Hallows Eves ซึ่งแปลว่า วันก่อนวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย โดยวิธีตัดต่อ Hallow + Eve = Halloween คำว่า Hallow เป็นคำแองโกลแซกซัน แปลว่า ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ ตรงกับภาษาเยอรมันว่า heiligen ในปัจจุบันนิยมใช้คำมาจากภาษาละตินว่า sanctify คำว่า Hallow ยังมีใช้ในบทสวดอธิษฐานเก่า ๆ เช่น Hallowed be thy Name (ขอพระนามจงเป็นที่สักการะ)
คำว่า Hallow ยังแปลว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญ ดังนั้น All Hallowmas จึงแปลว่า วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย ในปัจจุบันใช้คำว่า All Saints Day คู่กับ Christmas ซึ่งแปลว่า วันสมโภชพระคริสต์หรือคริสต์มาสนั่นเอง
วันก่อนวันสมโภชคริสต์มาสมี Christmas Eve ที่นิยมเรียกว่า คืน (ก่อน) คริสต์มาส วันก่อนวันสมโภชนักบุญทั้งหลายก็มี All Hallowmas Eve ซึ่งต่อมาย่อเป็น Halloween โดยมีงานรื่นเริงและพิธีกรรมทางศาสนาเช่นเดียวกับคืนคริสต์มาส ชาวคาทอลิกพร้อมใจกันเลื่อนพิธีกรรมทางศาสนาไป หลังวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย และเรียกว่า วันวิญญาณในแดนชำระ (All Souls Day) เพื่อให้คู่กับวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย (All Saints Day)

ความเป็นมาของวันฮาโลวีน
วันฮาโลวีนของทุกปี จะตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม เชื่อว่ามีที่มาจากวันฉลองปีใหม่ของชาวเซลท์ (Celt) ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่เรียกว่า Samhain ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งความตาย ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ตุลาคม ชาวเซลท์ (Celt) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์ ถือกันว่าเป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันต่อมา คือ วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันขึ้นปีใหม่
ซึ่งในวันที่ 31 ตุลาคมนี่เองที่ชาวเซลท์เชื่อว่า เป็นวันที่มิติคนตายและคนเป็นจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมา จะเที่ยวหาร่างของคนเป็นเพื่อสิงสู่ เพื่อที่จะได้มีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เดือดร้อนถึงคนเป็น ต้องหาทุกวิถีทางที่จะไม่ให้วิญญาณมาสิงสู่ร่างตน ชาวเซลท์จึงปิดไฟทุกดวงในบ้าน ให้อากาศหนาวเย็น และไม่เป็นที่พึงปรารถนาของบรรดาผีร้าย และยังพยายามแต่งกายให้แปลกประหลาด ปลอมตัวเป็นผีร้าย และส่งเสียงดัง เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจหนีหายสาบสูญไป
นอกจากนี้คืนดังกล่าวยังเป็นคืนเฉลิมฉลองการสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว และอาจมีการนำสัตว์ หรือพืชผลมาบูชายัญให้กับเหล่าภูติผี และวิญญาณด้วย หลังจากคืนนั้นไฟทุกดวงจะถูกดับ และจุดขึ้นใหม่ด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ของชาวเซลท์
บางตำนานยังเล่าถึงขนาดว่า มีการเผา "คนที่คิดว่าถูกผีร้ายสิง" เป็นการเชือดไก่ให้ผีกลัวอีกต่างหาก แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ที่ความคิดเรื่องผีสางยังฝังรากลึกในจิตใจมนุษย์ ต่อมาในศตวรรษแรกแห่งคริสตกาล ชาวโรมันรับประเพณีฮาโลวีนมาจากชาวเซลท์ แต่ได้ตัดการเผาร่างคนที่ถูกผีสิงออก เปลี่ยนเป็นการเผาหุ่นแทน
ในสมัยต่อชาวโรมันคาทอลิกต้องการกำจัดพิธีเฉลิมฉลองของกลุ่มชนนอกศาสนาคริสต์เหล่านี้ สันตะปาปา Gregory ที่ 4 จึงได้กำหนดวันที่ 1 พฤศจิกายน ให้เป็นวันเฉลิมฉลอง All Saints Day หรือ All Hallows Day สำหรับชาวคริสต์เพื่อระลึกถึงนักบุญ และผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่การเฉลิมฉลองในคืนวันที่ 31 ตุลาคม หรือ Hallow's Eve ก็ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน แต่ชื่อเรียกได้เพี้ยนไปเป็น Halloween
กาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องผีจะสิงสู่ร่างมนุษย์เสื่อมถอยลงตามลำดับ ฮาโลวีนจึงกลายเป็นเพียงพิธีการแต่งตัวเป็นผี แม่มด สัตว์ประหลาด ตามแต่จะสร้างสรรค์กันไป
วันฮาโลวีนจากอังกฤษสู่อเมริกา
เดิมเทศกาลฮาโลวีนจัดขึ้นในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และประเทศข้างเคียงเท่านั้น แต่เมื่อชาวไอริช และชาวสกอต อพยพไปตั้งหลักแหล่งในสหรัฐอเมริกา ในช่วงทศวรรษที่ 1840 ก็นำเอาประเพณีนี้ไปปฏิบัติด้วย ปรากฏว่าถูกใจชาวอเมริกันทุกเชื้อชาติ จึงปฏิบัติตามกันอย่างจริงจังตลอดมา และตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ก็กลายเป็นเทศกาลประจำชาติมาจนทุกวันนี้
วันฮาโลวีนของทุกปี จะตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม เชื่อว่ามีที่มาจากวันฉลองปีใหม่ของชาวเซลท์ (Celt) ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่เรียกว่า Samhain ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งความตาย ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ตุลาคม ชาวเซลท์ (Celt) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์ ถือกันว่าเป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันต่อมา คือ วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันขึ้นปีใหม่
ซึ่งในวันที่ 31 ตุลาคมนี่เองที่ชาวเซลท์เชื่อว่า เป็นวันที่มิติคนตายและคนเป็นจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมา จะเที่ยวหาร่างของคนเป็นเพื่อสิงสู่ เพื่อที่จะได้มีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เดือดร้อนถึงคนเป็น ต้องหาทุกวิถีทางที่จะไม่ให้วิญญาณมาสิงสู่ร่างตน ชาวเซลท์จึงปิดไฟทุกดวงในบ้าน ให้อากาศหนาวเย็น และไม่เป็นที่พึงปรารถนาของบรรดาผีร้าย และยังพยายามแต่งกายให้แปลกประหลาด ปลอมตัวเป็นผีร้าย และส่งเสียงดัง เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจหนีหายสาบสูญไป
นอกจากนี้คืนดังกล่าวยังเป็นคืนเฉลิมฉลองการสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว และอาจมีการนำสัตว์ หรือพืชผลมาบูชายัญให้กับเหล่าภูติผี และวิญญาณด้วย หลังจากคืนนั้นไฟทุกดวงจะถูกดับ และจุดขึ้นใหม่ด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ของชาวเซลท์
บางตำนานยังเล่าถึงขนาดว่า มีการเผา "คนที่คิดว่าถูกผีร้ายสิง" เป็นการเชือดไก่ให้ผีกลัวอีกต่างหาก แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ที่ความคิดเรื่องผีสางยังฝังรากลึกในจิตใจมนุษย์ ต่อมาในศตวรรษแรกแห่งคริสตกาล ชาวโรมันรับประเพณีฮาโลวีนมาจากชาวเซลท์ แต่ได้ตัดการเผาร่างคนที่ถูกผีสิงออก เปลี่ยนเป็นการเผาหุ่นแทน
ในสมัยต่อชาวโรมันคาทอลิกต้องการกำจัดพิธีเฉลิมฉลองของกลุ่มชนนอกศาสนาคริสต์เหล่านี้ สันตะปาปา Gregory ที่ 4 จึงได้กำหนดวันที่ 1 พฤศจิกายน ให้เป็นวันเฉลิมฉลอง All Saints Day หรือ All Hallows Day สำหรับชาวคริสต์เพื่อระลึกถึงนักบุญ และผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่การเฉลิมฉลองในคืนวันที่ 31 ตุลาคม หรือ Hallow's Eve ก็ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน แต่ชื่อเรียกได้เพี้ยนไปเป็น Halloween
กาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องผีจะสิงสู่ร่างมนุษย์เสื่อมถอยลงตามลำดับ ฮาโลวีนจึงกลายเป็นเพียงพิธีการแต่งตัวเป็นผี แม่มด สัตว์ประหลาด ตามแต่จะสร้างสรรค์กันไป
วันฮาโลวีนจากอังกฤษสู่อเมริกา
เดิมเทศกาลฮาโลวีนจัดขึ้นในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และประเทศข้างเคียงเท่านั้น แต่เมื่อชาวไอริช และชาวสกอต อพยพไปตั้งหลักแหล่งในสหรัฐอเมริกา ในช่วงทศวรรษที่ 1840 ก็นำเอาประเพณีนี้ไปปฏิบัติด้วย ปรากฏว่าถูกใจชาวอเมริกันทุกเชื้อชาติ จึงปฏิบัติตามกันอย่างจริงจังตลอดมา และตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ก็กลายเป็นเทศกาลประจำชาติมาจนทุกวันนี้
กิจกรรมในวันฮาโลวีน
การฉลองวันฮาโลวีนนิยมจัดกันในสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และยังมีในออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ด้วย รวมถึงประเทศอื่นในทวีปยุโรปก็นิยมจัดงานวันฮาโลวีนเพื่อความสนุกสนาน ในประเทศทางตะวันตก เด็ก ๆ จะแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง เรียกว่า การเล่น Trick or Treat (หลอกหรือเลี้ยง) คือการเดินเคาะประตูขอขนมตามบ้าน
เคล็ดอีกอย่างหนึ่งของเทศกาลฮาโลวีน นอกจากเคาะประตูขอขนมตามบ้านต่าง ๆ แล้ว ยังมีการนำแอปเปิล กับเหรียญชนิดหกเพนซ์ใส่ลงในอ่างน้ำ หากใครสามารถแยกแยะของสองอย่างนี้ออกจากกันได้ด้วยการใช้ปากคาบเหรียญขึ้นมา และใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลให้ติดเพียงครั้งเดียว ถือว่าผู้นั้นจะโชคดีตลอดปีใหม่ที่กำลังมาถึง
ทางด้านสาวอังกฤษสมัยก่อนจะออกไปหว่านและไถกลบเมล็ดป่านชนิดหนึ่งในยามเที่ยงคืนของวันฮาโลวีน พร้อมกับเสี่ยงสัตย์อธิษฐานด้วยการท่องคาถาว่า "เจ้าเมล็ดป่านที่ข้าหว่านจงช่วยบันดาลให้ผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของข้าปรากฏตัวให้เห็น" หลังจากนั้นลองเหลียวมองผ่านบ่าด้านซ้ายของตนเองดู ก็จะได้เห็นนิมิตเรือนร่างของผู้ที่จะมาเป็นสามีในอนาคตของตน (นี่คือความเชื่อของสาว ๆ อังกฤษ)
การเล่น Trick or Treat
สำหรับประเพณี ทริค ออ ทรีท (Trick or Treat แปลว่า หลอกหรือเลี้ยง) นั้น เริ่มขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยชาวยุโรป ซึ่งถือว่า วันที่ 2 พฤศจิกายน เป็นวัน "All Souls" พวกเขาจะเดินร้องขอ "ขนมสำหรับวิญญาณ" (soul Cake) จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง โดยเชื่อว่า ยิ่งให้ขนมเค้กมากเท่าไร วิญญาณของญาติผู้บริจาคก็ได้รับผลบุญ ทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์ได้มากเท่านั้น
ประเพณีทริค ออ ทรีท ในสหรัฐอเมริกา คือ การละเล่นอย่างหนึ่งที่เด็ก ๆ เฝ้ารอคอยในวันฮาโลวีน ตามบ้านเรือนจะตกแต่งด้วยโคมไฟฟักทอง และตุ๊กตาหุ่นฟางที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยว (Harvest) ในช่วงเดียวกันนั้น แต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวานที่ทำเป็นรูปเม็ดข้าวโพดสีขาว เหลือง ส้ม ในเม็ดเดียวกัน เรียกว่า Corn Candy และขนมอื่น ๆ ไว้เตรียมคอยท่า
ส่วนเด็ก ๆ ในละแวกบ้านก็จะแต่งตัวแฟนซี เป็นภูตผีมาเคาะตามประตูบ้าน โดยเน้นบ้านที่มีโคมไฟฟักทองประดับ (เพราะมีความหมายโดยนัยว่าต้อนรับพวกเขา) พร้อมกับถามว่า "Trick or Treat ?" เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ที่จะตอบ Treat ด้วยการยอมแพ้ มอบขนมหวานให้ภูตผี (เด็ก) เหล่านั้น ราวกับว่า ช่างน่ากลัวเหลือเกิน หรือเลือกตอบ Trick เพื่อท้าทายให้ภูตผีเหล่านั้นอาละวาด ซึ่งก็อาจเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกหลอน ไปจนถึงขั้นทำลายข้าวของเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วอาจจบลงด้วยการ Treat เด็ก ๆ ด้วยขนมในที่สุด
ในสมัยโบราณมีการกล่าวขานกันว่าเด็ก ๆ ที่ไม่ได้ขนมจะแกล้งเจ้าของบ้าน เช่น ใส่ไข่ดิบในตู้จดหมายในคืนเทศกาลฮาโลวีน คนส่วนใหญ่จึงมีขนมและลูกกวาดเตรียมไว้เพื่อจะไม่ต้องโดนผี (เด็ก ๆ) แกล้ง
และที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลฮาโลวีนเลย คือ การประดับประดาแสงไฟ และการแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ เจาะทำตา จมูก และปากที่แสยะยิ้ม เรียกว่า แจ๊ก-โอ'-แลนเทิร์น (jack-o'-lantern)
การฉลองวันฮาโลวีนนิยมจัดกันในสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และยังมีในออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ด้วย รวมถึงประเทศอื่นในทวีปยุโรปก็นิยมจัดงานวันฮาโลวีนเพื่อความสนุกสนาน ในประเทศทางตะวันตก เด็ก ๆ จะแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง เรียกว่า การเล่น Trick or Treat (หลอกหรือเลี้ยง) คือการเดินเคาะประตูขอขนมตามบ้าน
เคล็ดอีกอย่างหนึ่งของเทศกาลฮาโลวีน นอกจากเคาะประตูขอขนมตามบ้านต่าง ๆ แล้ว ยังมีการนำแอปเปิล กับเหรียญชนิดหกเพนซ์ใส่ลงในอ่างน้ำ หากใครสามารถแยกแยะของสองอย่างนี้ออกจากกันได้ด้วยการใช้ปากคาบเหรียญขึ้นมา และใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลให้ติดเพียงครั้งเดียว ถือว่าผู้นั้นจะโชคดีตลอดปีใหม่ที่กำลังมาถึง
ทางด้านสาวอังกฤษสมัยก่อนจะออกไปหว่านและไถกลบเมล็ดป่านชนิดหนึ่งในยามเที่ยงคืนของวันฮาโลวีน พร้อมกับเสี่ยงสัตย์อธิษฐานด้วยการท่องคาถาว่า "เจ้าเมล็ดป่านที่ข้าหว่านจงช่วยบันดาลให้ผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของข้าปรากฏตัวให้เห็น" หลังจากนั้นลองเหลียวมองผ่านบ่าด้านซ้ายของตนเองดู ก็จะได้เห็นนิมิตเรือนร่างของผู้ที่จะมาเป็นสามีในอนาคตของตน (นี่คือความเชื่อของสาว ๆ อังกฤษ)
การเล่น Trick or Treat
สำหรับประเพณี ทริค ออ ทรีท (Trick or Treat แปลว่า หลอกหรือเลี้ยง) นั้น เริ่มขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยชาวยุโรป ซึ่งถือว่า วันที่ 2 พฤศจิกายน เป็นวัน "All Souls" พวกเขาจะเดินร้องขอ "ขนมสำหรับวิญญาณ" (soul Cake) จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง โดยเชื่อว่า ยิ่งให้ขนมเค้กมากเท่าไร วิญญาณของญาติผู้บริจาคก็ได้รับผลบุญ ทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์ได้มากเท่านั้น
ประเพณีทริค ออ ทรีท ในสหรัฐอเมริกา คือ การละเล่นอย่างหนึ่งที่เด็ก ๆ เฝ้ารอคอยในวันฮาโลวีน ตามบ้านเรือนจะตกแต่งด้วยโคมไฟฟักทอง และตุ๊กตาหุ่นฟางที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยว (Harvest) ในช่วงเดียวกันนั้น แต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวานที่ทำเป็นรูปเม็ดข้าวโพดสีขาว เหลือง ส้ม ในเม็ดเดียวกัน เรียกว่า Corn Candy และขนมอื่น ๆ ไว้เตรียมคอยท่า
ส่วนเด็ก ๆ ในละแวกบ้านก็จะแต่งตัวแฟนซี เป็นภูตผีมาเคาะตามประตูบ้าน โดยเน้นบ้านที่มีโคมไฟฟักทองประดับ (เพราะมีความหมายโดยนัยว่าต้อนรับพวกเขา) พร้อมกับถามว่า "Trick or Treat ?" เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ที่จะตอบ Treat ด้วยการยอมแพ้ มอบขนมหวานให้ภูตผี (เด็ก) เหล่านั้น ราวกับว่า ช่างน่ากลัวเหลือเกิน หรือเลือกตอบ Trick เพื่อท้าทายให้ภูตผีเหล่านั้นอาละวาด ซึ่งก็อาจเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกหลอน ไปจนถึงขั้นทำลายข้าวของเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วอาจจบลงด้วยการ Treat เด็ก ๆ ด้วยขนมในที่สุด
ในสมัยโบราณมีการกล่าวขานกันว่าเด็ก ๆ ที่ไม่ได้ขนมจะแกล้งเจ้าของบ้าน เช่น ใส่ไข่ดิบในตู้จดหมายในคืนเทศกาลฮาโลวีน คนส่วนใหญ่จึงมีขนมและลูกกวาดเตรียมไว้เพื่อจะไม่ต้องโดนผี (เด็ก ๆ) แกล้ง
และที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลฮาโลวีนเลย คือ การประดับประดาแสงไฟ และการแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ เจาะทำตา จมูก และปากที่แสยะยิ้ม เรียกว่า แจ๊ก-โอ'-แลนเทิร์น (jack-o'-lantern)

ตำนานที่เกี่ยวกับฟักทองนั้น เป็นตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช กล่าวถึง แจ๊กจอมตืด ซึ่งเป็นนักเล่นกลจอมขี้เมา วันหนึ่งเขาหลอกล่อปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้และเขียนกากบาทไว้ที่โคนต้นไม้ ทำให้ปีศาจลงมาไม่ได้ จากนั้นเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจ "ห้ามนำสิ่งไม่ดีมาหลอกล่อเขาอีก" แล้วเขาจะปล่อยปีศาจลงจากต้นไม้ เมื่อแจ๊กตายลง เขาปฏิเสธที่จะขึ้นสวรรค์ เพราะเขามีความคิดไปในทางของความชั่วร้าย ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธที่จะลงนรก เพราะเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจไว้ ปีศาจจึงให้ถ่านที่กำลังคุแก่เขา เพื่อให้เขาใช้นำทางไปในทางที่มืดมิด และหนาวเย็น และแจ๊กได้นำถ่านนี้ใส่ไว้ในหัวผักกาดเทอร์นิพที่ถูกเจาะให้กลวง เพื่อให้ไฟลุกโชติช่วงได้นานขึ้น
ชาวไอริชจึงแกะสลักหัวผักกาดเทอร์นิพ และใส่ไฟในด้านใน อันเป็นอีกสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีน เพื่อระลึกถึง "การหยุดยั้งความชั่ว" Trick or Treat เพื่อส่งผลบุญให้กับญาติผู้ล่วงลับ และพิธีทางศาสนาเพื่อทำบุญวันปีใหม่ แต่เมื่อมีการฉลองฮาโลวีนในสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันพบว่าฟักทองหาง่ายกว่าหัวผักกาดมาก จึงเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทน
เครื่องดื่มวันฮาโลวีน
โดยธรรมเนียมแล้ว วันฮาโลวีน เป็นวันถือศีล และไม่ดื่มสุราหรืออาหารฟุ่มเฟือย อาจมีโซลเค้ก (Soul Cake) ซึ่งเป็นขนมตามธรรมเนียมดั้งเดิมของงานวันฮาโลวีน หรือ อาหารที่ไม่ใช่เนื้อ และเมื่อได้รับโซลเค้กให้สวดภาวนาแด่ผู้ล่วงลับเป็นการตอบแทน (อย่างไรก็ดี นี่เป็นละครในงานวัน "ฮาโลวีน" ไม่ใช่พิธีกรรม ดังนั้นการจัดงานเลี้ยงในบ้านเราคงจะต้องมีขนม, น้ำ และอาหารเป็นธรรมดา)
Cr: kapook.com
วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ภาคต่อ Snow White and the Huntsman จะเป็นเรื่องราวของนายพราน และไม่มีคริสเทน สต๊วร์ต
หลัง
จากมีข่าวอื้อฉาวเรื่องนอกใจแฟนหนุ่ม และแอบไปยุ่งกับรูเพิร์ต แซนเดอร์ส
ผู้กำกับวัย 41 ที่มีลูกเมียอยู่แล้ว
และภรรยาของแซนเดอร์สก็ห้ามไม่ให้เขาร่วมงานกับสต๊วร์ตอีกถ้ายังอยากรักษา
ครอบครัวไว้ ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าหนังภาคต่อ Snow White and the Huntsman อาจ
ไม่ได้เห็นแซนเดอร์สมากำกับแล้ว
ค่ายหนังยูนิเวอร์แซลคงเลือกเก็บนักแสดงนำหญิงที่มีการตกลงเซ็นสัญญาเผื่อ
เอาไว้มากกว่าผู้กำกับที่เซ็นสัญญาเพียงภาคเดียว แต่กลายเป็นว่ากลับกัน
และดูเหมือนยูนิเวอร์แซลหาทางออกให้แก่หนังได้อย่างฉลาดด้วย
ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าภาคต่อของ Snow White and the Huntsman ได้
เปลี่ยนใหม่กลายเป็นภาคแยกที่จะเน้นตัวละครนายพรานของคริส เฮมส์เวิร์ธ แทน
จะไม่มีสโนว์ไวท์ในภาคแยกนี้ เพียงแต่อาจมีการกล่าวถึง
แปลว่าแซนเดอร์สอาจจะยังคงได้ร่วมงานกับโครงการหนังเรื่องนี้ต่อ(บางแหล่ง
ข่าวบอกว่ายังไม่แน่ชัด บางแหล่งบอกว่าจะมา แต่ไม่มีใครบอกว่าจะไม่มาเลย)
และยูนิเวอร์แซลก็ไม่ต้องจ่ายเงินแบบกินเปล่าให้สต๊วร์ตด้วยหากเป็นการทำภาค
ต่อแบบคัดเลือกนักแสดงหญิงคนใหม่มาแทน และถ้าเรื่องอื้อฉาวเงียบไปแล้ว
สต๊วร์ตก็ยังกลับมารับบทสโนว์ไวท์ได้อีกในโครงการใหม่ภายหน้าที่จะมีตัวละคร
ของเธอโผล่ออกมา
หรือในหนังภาคแยกสโนว์ไวท์ของเธอเองแบบที่ไม่มีแซนเดอร์สมากำกับ
แต่ในตอนนี้ สโนว์ไวท์จะพักการออกสู่จอไปก่อน และให้นายพรานมาผจญภัยแทน
การเปลี่ยนแผนงานสร้างครั้งนี้ยังมีผลต่อบทหนังเดิมของเดวิด โคเอ็ปป์ด้วย ตามที่ LA Times รายงาน
ว่าสัญญาของโคเอปป์ได้หลุดออกไป
เพราะโครงการหนังได้กลายเป็นอย่างอื่นที่แตกต่างจากบทหนังภาคต่อดั้งเดิมของ
เขาไปแล้ว โฆษกของยูนิเวอร์แซลให้ความเห็นว่าที่ต้องทำเช่นนี้เพราะ “สตูดิโอกำลังหาทางเลือกใหม่ๆ เพื่อให้ภาคต่อได้ดำเนินต่อไป“
เดิมทีนั้น ยูนิเวอร์แซลอยากสร้าง Snow White and the Huntsman เป็น
หนังไตรภาค ก่อนที่ข่าวอื้อฉาวจะทำให้มีการเปลี่ยนแผน แต่สำหรับตอนนี้
พวกเขามีแผนจะเปิดกล้องภาคแยกเรื่องนี้ในเดือนกรกฎาคม 2013
หลังจากเฮมส์เวิร์ธถ่ายทำ Thor: The Dark World เสร็จสิ้น
สำหรับสต๊วร์ต เธอเพิ่งถอนตัวออกไปจากหนังเรื่อง Cali ที่
เธอต้องสวมบทเป็นสาวเซ็กซี่ยั่วยวน ที่ทำธุรกิจขายหนังสนัฟฟิล์มกับแฟนหนุ่ม
ไม่มีการบอกสาเหตุแน่ชัดว่าทำไมถึงถอนตัว
แต่ก็มีการเดากันว่ามันอาจตอกย้ำภาพลักษณ์จากข่าวอื้อฉาวของเธอมากขึ้น
แต่เธอยังเก็บโครงการหนัง Lie Down in Darkness หนังดราม่าย้อนยุคว่าด้วยปัญหาครอบครัวเอาไว้
jediyuth.wordpress.com
วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555
"โซยอน" T-ara ประสบอุบัติเหตุ-ถูกส่งตัวรักษาด่วน
หนึ่งในสมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ป T-ara ได้พบกับอุบัติเหตุทางรถยนต์
และได้รับบาดเจ็บ จนต้องถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา เมื่อช่วงเช้าของวันที่
13 ส.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามต้นสังกัดยืนยันว่าแม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่
"โซยอน" ยังปลอดภัยดี
มีรายงานข่าวจากเกาหลีใต้ว่า โซยอน สมาชิกของวง T-ara
ได้ประสบอุบัติเหตุ ระหว่างเดินทางไปปูซานเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 7:00 น.
ของวันนี้ (13 ส.ค.) เพื่อไปถ่ายทำซีรีส์ Haeundae Lovers
โดยรถยนต์ของเธอเกิดลื่นแฉลบถนนที่เปียกไปด้วยน้ำฝน
จนเกิดการลื่นไถลไปชนเข้ากับรั้วกั้นถนน และทำให้รถพลิกตะแคง
จึงต้องมีการส่งตัวไอดอลสาวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ซึ่งนอกจาก โซยอน แล้วยังมีสไตลิสต์อีกสองคนที่เดินทางไปกับเธอด้วย
ซึ่งทั้งสามคนต้องเข้ารับการรักษาตัว รวมถึงทำการเอ็กเรย์
และซีทีสแกนเพื่อตรวจอาการทันที
โดยตัวแทนจาก Core Contents Media
ที่เป็นต้นสังกัดได้ให้ข่าวถึงเรื่องนี้ว่า เพราะฝนที่ตกลงมาทำให้ถนนเปียก
รถยนต์ที่ดาราสาวขับมาจึงสูญเสียการควบคุม จนเกิดลื่นไถล
ซึ่งตอนนี้ทีมผู้จัดการกำลังเร่งเดินทางไปยังที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามยังมีคำยืนยันว่า โซยอน ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่อย่างใด
เพียงแต่เจ็บบริเวณคอ, หัวไหล่ และหลังเท่านั้น
ซึ่งกำหนดการถ่ายทำของซีรีส์ Haeundae Lovers
ได้ถูกสั่งยกเลิกไปแล้ว
ขณนี้โซยอนอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเขตกูมิ
และจะถูกนำตัวเข้ามารักษาในกรุงโซล เพื่อการตรวจอย่างละเอียดต่อไป
http://www.manager.co.th
จีดราก้อน (G-Dragon) แห่ง Big Bang เป็นเพื่อนกับนางเอกสาวยุนอึนฮเย (Yoon Eun Hye)
เมื่อเร็วๆ นี้ จีดราก้อน (G-Dragon) แห่ง Big Bang
ได้เผยให้เห็นถึงความสนิทสนมกับนางเอกสาวชื่อดังยุนอึนฮเย (Yoon Eun Hye)
ผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว
ในวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ยุนอึนฮเยได้ทวิตข้อความถึงจีดราก้อนลงบนทวิตเตอร์ไว้ว่า
“คุณจะขึ้นโชว์การแสดงในเร็วๆ นี้ใช่มั๊ยค่ะ?”
หลังจากนั้นจีดราก้อนก็ตอบว่า “ใช่ครับ เร็วๆ นี้!”
ด้านชาวเน็ตที่เห็นข้อความของทั้งคู่ต่างแสดงความคิดเห็นกันว่า
“จีดราก้อนเป็นเพื่อนกับคนดังเยอะมากเลย”
“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพวกเขารู้จักกัน”
“เขาจะกลับมาอีกครั้งในผลงานอัลบั้มเดี่ยวล่ะ”
ก่อนหน้านี้ จีดราก้อนเพิ่งเริ่มต้นทำการเล่นทวิตเตอร์ไปได้ไม่นาน
และก็มีทั้งแฟนๆ และคนดังมากมายตามอัพเดทข้อมูลต่างๆ
ของเขาผ่านทางทวิตเตอร์นี้
http://www.popcornfor2.com หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยครับ
ซึงกยู (Seung Gyu) ประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์เสียชีวิต
นักแสดงชายซึงกยู (Seung Gyu) อายุ 32 ปีที่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์จนเสียชีวิตในวันที่ 11 สิงหาคม
โดยเขาเปิดตัวเข้าวงการในปี 2007 ด้วยละครเรื่อง Kid Gang
หลังจากนั้นเขาก็ได้นำแสดงละครเรื่อง Yi San ในปี 2007, World Within ในปี
2008, Glimmering Youth ในปี 2009 และล่าสุดเรื่อง God of War ทางสถานี MBC
โดยซึงกยูได้รับความรักจากหลายๆ
คนในเรื่องสไตล์การแสดงที่มีเอกลักษณ์ของเขา
และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
โชคไม่ดีในขณะที่เขากลับบ้านหลังจากที่ไปร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลเกาหลี
ญี่ปุ่นในเช้าวันที่ 11 สิงหาคม และเขาประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ที่อันยาง
ซึ่งทางตำรวจประกาศออกมาว่าเขาเสียชีวิตจากการที่ศรีษะได้รับการกระทบ
กระเทือนอย่างหนัก
ขอให้เขาไปสู่สุคติ!
http://www.blike.net
“ชินเซคยอง” (Shin Se Kyung) เผย "นักแสดงร่วมของฉันตายตลอด"
ในรายการ Taxiตอนล่าสุดทาง tvNชินเซคยองกล่าวว่า “จางฮยอกและยูอาอินที่เล่นเป็นนักแสดงร่วมกับฉันล่าสุดนั้น”ตาย และเมื่อถูกถามว่า “พวกเขาตายเป็นเพราะว่าชอบคุณหรอ?”เธอตอบว่า “สิ่งเหล่านี้มันขัดกับความตั้งใจของฉัน”สร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในระหว่างการไปร่วมงาน Jisan Rock Festivalเธอก็เคยได้ให้สัมภาษณ์กับทางรายการและพูดเกี่ยวกับการถ่ายทำหนังเรื่อง R2B: Return to Baseร่วมกับเรน เธอกล่าวว่า “เพราะว่าการถ่ายทำส่วนใหญ่อยู่ในกองทัพอากาศ เลยไม่อนุญาตให้มีการนำอาหารเข้ามา แต่เรนได้ซื้อน้ำแข็งใสถั่วแดงมาให้จากร้านในกองทัพ”และ “หลังจากที่จองจีฮุน(เรน) เข้ากรมไปแล้ว ฉันเขียนจดหมายไปหาเขาและเขาก็เขียนตอนกลับมาด้วย”
อีกด้านหนึ่ง เธอได้เปิดเผยว่า ส่วนที่เธอชอบที่สุดในร่างกายก็คือสะดือของเธอ
http://www.popcornfor2.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
-
KATE: http://kesinee080.blogspot.com/
-
อัพเดทข่าวล่าสุด เกี่ยวกับ ไอโฟน 5 ( iPhone 5 ) ในขณะที่ผู้เสพข่าว ไอโฟน 5 ( iPhone 5...
-
Park Shin Hye นางเอกในเรื่อง You're Beautiful ที่ออกอากาศทางสถานี SBS ได้ออกมากล่าวว่าเธอรู้สึกเหงาเมื่อละครได้อวสานลง...Park Shin Hye ...